วันที่ 17 เมษายน 2569 คณะผู้แทนรัฐสภาไทย นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล อินนา นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (The 152nd IPU Assembly and related meetings) ระหว่างวันที่ 15-19 เมษายน 2569 ณ โรงแรม Hilton Istanbul Bomonti Hotel & Conference Center เป็นวันที่สาม
โดยมีการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา เวลา 09.00 - 13.00 น. นายมงคล พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล และนายวีระพันธ์ ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาฯ เพื่อรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาประเทศต่าง ๆ ภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมความหวัง การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งสันติภาพ และการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคนรุ่นอนาคต“ ซึ่งเป็นการอภิปรายต่อเป็นวันที่สอง
ขณะที่นางพิชชารัตน์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน พร้อมกล่าวอภิปรายเพื่อเตรียมร่างข้อมติหัวข้อ “Inclusive social development for all: Parliamentary strategies to promote the rights and empowerment of people living with disabilities” โดยนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีของไทยในด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของคนพิการและกลุ่มเปราะบาง โดยยึดหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และขับเคลื่อนผ่านกฎหมายและกลไกที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความคุ้มครองให้มีความชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดคำนิยามการเลือกปฏิบัติ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการโดยเฉพาะสตรีพิการ และการพัฒนากลไกด้านความยุติธรรมสำหรับคนพิการที่ครอบคลุมทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำแนกความพิการให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนส่งเสริมการจ้างงาน การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และการพัฒนาระบบบริการในระดับพื้นที่ เพื่อให้คนพิการได้รับโอกาสและการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ด้านนายชลธาร ร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ โดยที่ประชุมรับฟังการนำเสนอจากผู้แทนสหประชาชาติ พร้อมทั้งร่วมอภิปรายในหัวข้อ “การดำเนินงานในระดับพื้นที่ของสหประชาชาติในตุรกี: กรณีศึกษาต้นแบบการยกระดับความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติและรัฐสภา” ในการนี้ นายชลธาร ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความขอบคุณต่อประเทศตุรกีในฐานะเจ้าภาพ พร้อมเน้นย้ำบทบาทสำคัญของรัฐสภาในการเป็น "หุ้นส่วนเชิงตรวจสอบและรับผิดชอบ" (Accountability Partner) มิใช่เพียงผู้สังเกตการณ์ต่อการดำเนินงานด้านการพัฒนาของสหประชาชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าสมาชิกรัฐสภาคือกลไกหลักในการอนุมัติงบประมาณและตรวจสอบนโยบายเพื่อให้บรรลุพันธกรณีระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยได้แบ่งปันประสบการณ์ในฐานะที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาคสหประชาชาติหลายแห่ง (อาทิ ESCAP และ UN Women) ซึ่งการที่รัฐสภาเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจะช่วยเสริมสร้างความเป็นเจ้าของของประชาชน (Public Ownership) และสร้างความชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตยในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนา พร้อมกันนี้ประเทศไทยยังได้ร่วมผลักดันการปฏิรูปสหประชาชาติ (UN80) เพื่อยกระดับบทบาทของรัฐสภาให้มีความเป็นทางการและชัดเจนยิ่งขึ้นในระดับประเทศและระดับภูมิภาคสืบไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล ประชุมคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหภาพรัฐสภา ในฐานะรองประธานคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์ฯ และผู้รายงาน (Rapporteur) ร่างภาคผนวกว่าด้วยจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Annex) โดยมี Ms. Margareta Cederfelt สมาชิกรัฐสภาสวีเดน ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลได้นำเสนอบทบาทของไทยในการขับเคลื่อน "รัฐสภาดิจิทัล" ผ่านนวัตกรรมอย่างแอปพลิเคชันเพื่อยกระดับการทำงานนิติบัญญัติให้ทันสมัยและโปร่งใส พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ในฐานะภาษาสากลเพื่อสร้างสันติภาพในโลกที่แตกแยก นอกจากนี้ ในฐานะผู้รายงานฯ ได้นำเสนอร่างภาคผนวกว่าด้วยจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Annex) ฉบับที่ 3 ซึ่งมีการปรับปรุงประเด็นสำคัญตามข้อเสนอจากสมาชิก เช่น การห้ามใช้ AI ตัดสินผลการเลือกตั้งเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบวนการประชาธิปไตย และการใช้ AI ในธรรมาภิบาลด้านงบประมาณ โดยมีเป้าหมายให้มีการรับรองร่างสมบูรณ์ในการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล ดำรงตำแหน่งรองประธานต่ออีกหนึ่งวาระ และได้ขอบคุณที่ประชุมสำหรับความเชื่อมั่น และยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่รองประธานคณะทำงานฯ เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีที่ยึดหลักจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมทุกระดับการพัฒนา
นอกจากนั้น ยังมีการหารือทวิภาคีกับรัฐสภามิตรประเทศและบุคคลสำคัญของสหภาพรัฐสภา ซึ่งคณะผู้แทนรัฐสภาไทยยังได้ใช้โอกาสนี้หารือทวิภาคี รวม 3 รายการ ได้แก่ นายมงคล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล นายวีระพันธ์ และรองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าในฐานะที่ปรึกษาคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้พบปะหารือทวิภาคีกับ Mr. Lungten Dorji ประธานรัฐสภาภูฏาน และประธานกลุ่มสหภาพรัฐสภา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นตั้งแต่ระดับสถาบันกษัตริย์ รัฐสภา รัฐบาล และประชาชน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่หาได้ยากยิ่ง รวมทั้งการมีวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกัน ทำให้เข้าใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าควรมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐสภาเพื่อสานสัมพันธ์และความร่วมมือต่อไป
และยังได้พบปะหารือทวิภาคีกับ Dr. Tulia Ackson ประธานสหภาพรัฐสภา โดยไทยได้กล่าวขอบคุณประธานสหภาพรัฐสภาที่อุทิศตนให้กับการทำงานของสหภาพรัฐสภารับมือกับการแก้ไขปัญหาความท้าทายต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาคมโลก ในขณะที่ประธานสหภาพรัฐสภากล่าวชื่นชมไทยว่ามีบทบาทสำคัญในสหภาพรัฐสภาและเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไทยได้เชิญประธานสหภาพรัฐสภาเดินทางเยือนประเทศไทย และหวังว่าจะพบกันอีกครั้งในการประชุมสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 153 เดือนตุลาคม 2569 ณ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
จากนั้น นายมงคล นายชลธาร นางพิชชารัตน์ นายร่มธรรม และรองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ ได้พบปะหารือทวิภาคีกับ Mr. Martin Chungong เลขาธิการสหภาพรัฐสภา โดยไทยได้แสดงความชื่นชมการทำงานของเลขาธิการสหภาพรัฐสภา ในฐานะบุคคลที่ทรงคุณค่าของสหภาพรัฐสภาซึ่งปฏิบัติภารกิจที่เป็นผลสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อโลก ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของงานสหภาพรัฐสภาและการมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าแม้เลขาธิการสหภาพรัฐสภาจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2569 แต่ก็จะใช้ความสามารถในการทำคุณประโยชน์ต่อไป รวมถึงการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้ ไทยพร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนสหภาพรัฐสภาต่อไป
ส่วน Mr. Chungong เห็นว่าการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 จะสามารถผลักดันข้อมติที่สำคัญสะท้อนความร่วมมือของสหภาพรัฐสภาและเป็นประโยชน์ต่อประชาคมโลก ส่วนไทยกับสหภาพรัฐสภาก็มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาโดยตลอด ซึ่งเลขาธิการสหภาพรัฐสภาได้สนับสนุนการพัฒนาทางการเมืองของไทยตั้งแต่รับตำแหน่งในช่วงแรกจนปัจจุบันเห็นว่ารัฐสภาไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยไทยเห็นว่าผลสำเร็จประการหนึ่งจากการปฏิบัติตามหลักการของสหภาพรัฐสภา ทำให้รัฐสภาไทยมีจำนวนยุวสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาสตรีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานของรัฐสภาไทยและสหภาพรัฐสภาต่อไป
สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล / ภาพ