30 เม.ย. 69 - สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสุรินทร์ การจัดสรรงบก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล ติดตั้งไฟส่องสว่างจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ พร้อมเร่งเยียวยาเกษตรกรจากโรคระบาดในโค-กระบือ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถนนเพื่อลดความสูญเสียในพื้นที่

image

         นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาอาคารสนับสนุนบริการของโรงพยาบาลชัยบาดาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ระดับ M2 รองรับผู้ป่วยตั้งแต่ 120 เตียงขึ้นไป แต่ปัจจุบันยังคงใช้อาคารซักฟอกจ่ายกลางที่มีอายุกว่า 30 ปี ซึ่งดัดแปลงมาจากอาคารพัสดุ ทำให้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ไม่สามารถแยกโซนสะอาดและโซนปนเปื้อนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ รองรับการให้บริการด้านสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนในพื้นที่ช่วงโค้งหนองแดง ตำบลชอนสารเดช อำเภอหนองม่วง บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงกิโลเมตรที่ 204-205 ซึ่งได้รับการประสานจากหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ว่า บริเวณดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

         ขณะที่ นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สส.จังหวัดสุรินทร์ ภท. กล่าวว่า แม้พื้นที่อำเภอสังขะและอำเภอศรีณรงค์ จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐจากผลกระทบเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาแล้ว แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน เกษตรกรในพื้นที่กลับต้องเผชิญกับโรคแอนาพลาสมา หรือโรคปรสิตเม็ดเลือดในโคกระบือ ส่งผลให้โคตาย 1,281 ตัว และกระบือตาย 415 ตัว รวมความเสียหาย 1,696 ตัว นายล้ำเลิศ กล่าวว่า แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์จะประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติกรณีโรคระบาดในสัตว์ และได้รายงานเรื่องไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่จนถึงขณะนี้เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดสรรงบประมาณขยายถนนทางหลวงหมายเลข 2077 สายสังขะ-สุรินทร์ ช่วงวนอุทยานป่าสนหนองคู ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ในระยะทางที่เหลืออีกเพียง 12 กิโลเมตร หลังสถิติย้อนหลัง 3 ปี พบอุบัติเหตุสะสม 35 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บ 29 ราย อีกทั้งพื้นที่ยังขาดระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จึงเห็นควรเร่งดำเนินการเพื่อยกระดับความปลอดภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ