30 เม.ย. 69 - สส.วรวงศ์ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดสะท้อนปัญหาหนี้ค้างจ่ายเกษตรกรโคนมและราคาน้ำนมดิบ ขณะที่ รมช. เกษตรฯ ชี้แจง ครม.อนุมัติวงเงิน 600 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง อ.ส.ค. เร่งรับซื้อน้ำนมดิบ พร้อมวางแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

image

          นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องปัญหาราคาน้ำนมดิบและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรฯ) โดยสะท้อนปัญหาที่สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากบันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ทำร่วมกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งยังมีเงินค้างชำระให้แก่เกษตรกรและสหกรณ์ในหลายพื้นที่ นายวรวงศ์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างสหกรณ์โคนมหนองรี จังหวัดลพบุรี ที่มีเงินค้างชำระสูงถึง 250 ล้านบาท จึงสอบถามถึงแนวทางแก้ไขของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) รวมถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

         ด้านนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.เกษตรฯ) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามแทน รมว.เกษตรฯ ชี้แจงว่า ปัญหาของ อ.ส.ค. เป็นปัญหาสะสมมาอย่างยาวนานและมีภาวะขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แต่เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายปี ทั้งนี้ กษ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ อ.ส.ค. อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการโคนม เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสหกรณ์อย่างรอบด้าน ก่อนนำข้อมูลมาวางแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ อ.ส.ค. ใช้เงินจากกองทุนฟื้นฟูการเกษตร วงเงิน 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับโครงการรับซื้อน้ำนมดิบระยะที่ 2 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเงินดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการเบิกจ่ายและโอนเข้าบัญชีสหกรณ์ รวมถึงเกษตรกรภายในเดือนหน้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน 

         อย่างไรก็ตาม นายวรวงศ์ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เคยมีการอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันมาแล้ว จึงสอบถามถึงแนวทางป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำ รวมถึงแผนปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารจัดการของ อ.ส.ค. เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งนายวัชระพล ชี้แจงว่า แนวทางแก้ไขปัญหาของ อ.ส.ค. ได้วางไว้ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะสั้นจะเร่งแก้ปัญหาหนี้สินและเสริมสภาพคล่อง ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของการขาดทุนสะสม เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงว่ามีปัญหาภายในองค์กรหรือไม่ สำหรับแผนเร่งด่วนภายใน 30 วัน กษ. เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาปรับเพดานโครงการนมโรงเรียน จากเดิมที่ครอบคลุมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้ขยายไปถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาส เพื่อเพิ่มการบริโภคนมและช่วยดูดซับผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีแผนให้ อ.ส.ค. ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และกองทุนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียนในองค์กร ส่วนในระยะยาว จะมีการปรับโครงสร้างองค์กร ลดภาวะขาดทุนสะสม และดึงผู้บริหารมืออาชีพที่มีความเข้าใจด้านตลาดและสถานการณ์โลกเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้องค์กรกลับมาเข้มแข็ง พร้อมย้ำว่าจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และจะเร่งดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ