25 พ.ค. 69 - ครม.เงา เปิดขบวนการ “ไตรภาคีสีเทา” สายสัมพันธ์ อาชญากรรมข้ามชาติ – ราชการไทย – ทุนใหญ่ "ปิยรัฐ" เผยมี 23 บริษัทนอมินีซื้อบ้านหรูให้ทุนเทา

image

          นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา โดยนำกรณีการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ในคดีครอบครองคลังแสงอาวุธที่จังหวัดชลบุรี และคดีการจับกุมตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งสะท้อนว่าเป็นวิกฤตความมั่นคงที่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทุนสีเทา สามารถซื้อหาอาวุธสงครามได้อย่างง่ายดาย ฟอกเงิน และยังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับภูมิภาค
          ด้าน นายปิยรัฐ จงเทพ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายทุจริตอาชญากรรมข้ามชาติ เกิดจากการประสานผลประโยชน์ร่วมกันที่เรียกว่าไตรภาคีสีเทาระหว่าง อาชญากร-หน่วยราชการ-ทุนใหญ่ 
           นายปิยรัฐ ชี้ว่า ทุนจีนสีเทาเข้ามาใช้แผ่นดินไทยเป็นฐานปฏิบัติการผิดกฎหมาย ใช้เป็นแหล่งกบดาน ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐไทย ซึ่งควรทำหน้าที่ กลับมองว่าเป็นธุรกิจ ใช้อำนาจในการหาประโยชน์ส่วนตน คอยจัดหาอาวุธ ทำเอกสารราชการปลอม และเมื่อสบโอกาสก็เปลี่ยนสถานะจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปตั้งแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่เสียเอง ทั้งนี้ ขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าหากไม่เกิดเหตุรถคว่ำที่จังหวัดชลบุรี และหากเหยื่อไม่เสี่ยงชีวิตแอบส่ง GPS ให้สถานทูตจีน รัฐบาลไทยจะรับรู้ปัญหานี้เองหรือไม่ แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะทราบหรือไม่ ก็สะท้อนสัญญาณอันตรายทั้งสิ้น เช่น หากไม่ทราบเท่ากับระบบการข่าวประเทศกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก แต่หากรัฐบาลทราบ เท่ากับจงใจปล่อยปละละเลย
          นายปิยรัฐ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันอาชญากรข้ามชาติเข้าสู่ประเทศไทยด้วย 2 ช่องทางหลัก คือ การแฝงตัวเข้ามาในคราบของครูสอนศาสนาและใช้การจัดตั้งมูลนิธิ หรือโรงเรียนบังหน้า เพื่อขอวีซ่าพำนักระยะยาว (Long Term Resident) โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยความสะดวก ขาดการตรวจสอบสถานะมูลนิธิ ทำให้ไม่ทราบการดำเนินการที่แท้จริง จากนั้นก็จะเข้ามาครอบงำอสังหาริมทรัพย์หรูในประเทศไทยหรือดำเนินธุรกิจผ่านขบวนการนอมินี 51% โดยการจัดตั้ง บริษัทที่มีชื่อคนไทยไปกว้านซื้อบ้านจัดสรรราคาแพง เมื่อโฉนดโอนเสร็จสิ้น ก็ทำการเปลี่ยนชื่อกรรมการเป็นคนจีนทันที โดยทุนจัดตั้งบริษัทอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท แต่ถือครองทรัพย์สินหรือซื้อบ้านในระดับ 50-60 ล้านบาท โดยไม่เคยมีการติดตามเส้นทางการเงินที่บริษัทเหล่านี้นำมาซื้อ
          นายปิยรัฐ เผยว่า ตนได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า มีบริษัทจำนวน 23 รายที่จดทะเบียนเพื่อวัตถุประสงค์แอบแฝง ใช้สำหรับจัดซื้อจัดหาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรราคาแพง โดยพบว่ามักมีการใช้บ้านหรูเป็นที่สะสมอาวุธ ของผิดกฎหมาย หรือใช้ประกอบธุรกิจบังหน้าเพื่อเป็นแหล่งฟอกเงิน จนถึงเป็นฐานของเว็บพนันออนไลน์ และคอลเซ็นเตอร์ ขาดการติดตามสืบเสาะเส้นทางการเงินอย่างจริงจังจากหน่วยงานของรัฐ
          ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเป็นรองประธานกรรมาธิการฯ และทีมข้อมูลของพรรคประชาชน กำลังตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในชั้นความลับ ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ข้าราชการระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและได้รับผลประโยชน์จากขบวนการออกวีซ่าอย่างไร โดยขอให้ประชาชนรอติดตามอย่างใกล้ชิด

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ