28 พ.ค. 69 - สส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล เสนอญัตติด่วนตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ สะท้อนหลากมุมมองห่วงกระทบเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ปชป.ชี้เสี่ยงไม่คุ้มทุน หวั่นเป็นหายนะเศรษฐกิจ ด้าน ปชน. ตั้งคำถามกฎหมาย SEC เอื้อทุนใหญ่หรือไม่ ขณะที่ ภท. มองเป็นโอกาสสำคัญ ยกระดับภาคใต้สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของโลก

image

            การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 17 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จากพรรคการเมืองต่างๆ ได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามันหรือโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีญัตติในลักษณะเดียวกันจากพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ รวม 5 ญัตติ ก่อนนำมาพิจารณาร่วมกันในที่ประชุม

            นายกรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่ยังขาดรายละเอียดและความชัดเจนหลายด้าน ทั้งในเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงเห็นว่าควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนเดินหน้าโครงการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในการแถลงนโยบายรัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวถึงโครงการดังกล่าว แต่ต่อมากลับถูกผลักดันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เพียงพอ โดยยกกรณีการติดป้ายสนับสนุนโครงการในจังหวัดชุมพร จนเกิดกระแสคัดค้านและนำไปสู่การถอดป้ายในเวลาต่อมา อีกทั้งยังนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งระหว่างเส้นทางผ่านช่องแคบมะละกากับระบบแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะประเมินว่าโครงการจะช่วยลดเวลาเดินเรือได้ 3-4 วัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีต้นทุนด้านการขนถ่ายสินค้า ระบบราง และการบริหารจัดการท่าเรือเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าเส้นทางเดิม อีกทั้งผู้ประกอบการเดินเรือหลายรายยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง ทั้งนี้ ได้เสนอแนวคิด Southern Connect ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกทางเลือกในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยเน้นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้ทั้งระบบทั้งโครงการมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่สายใต้ เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้งบประมาณต่ำกว่าและมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงน้อยกว่าโครงการแลนด์บริดจ์

            ด้านนางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หนึ่งในผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ได้คัดค้านการพัฒนาภาคใต้ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นการออกกฎหมายพิเศษ พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่จะให้อำนาจคณะกรรมการเฉพาะในการอนุมัติหรือยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายบางฉบับ พร้อมตั้งคำถามว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง ผลประโยชน์หลักจะตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ หรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่และทุนต่างชาติ

            ขณะที่ นายคงกฤช ฉัตรมารีรัตน์ สส.จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เสนอญัตติ เห็นว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของภาคใต้ และใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยในการเชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานในพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า โครงการอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศชายฝั่ง และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ แต่เชื่อว่าหากมีมาตรการป้องกันและเยียวยาที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ พร้อมเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอความเห็นทั้งในมุมสนับสนุนและข้อกังวล เพื่อใช้ปรับปรุงรายละเอียดโครงการต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ