นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ได้รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากหลายพรรคการเมืองและได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว โดยภายหลังหารือร่วมกับวิป 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 7-8 กรกฎาคม นี้ เพื่อพิจารณารับหลักการในวาระแรก และย้ำว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญ จึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่หวังว่าคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาร่างดังกล่าวจะสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญล่าช้า เนื่องจากยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ และสังคมกำลังจับตาว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่
ประธานรัฐสภา ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มี สส. และ สว. เห็นต่างเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกล่าวถึงระบอบสีน้ำเงินด้วยว่า ทุกฝ่ายควรเปิดพื้นที่พูดคุยและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยเชื่อว่าประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ผ่านการออกเสียงประชามติว่าต้องการเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และทุกฝ่ายควรเคารพเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนประเด็นความเห็นทางการเมืองหรือการใช้สีทางการเมืองเป็นเรื่องที่มีมานานในสังคมไทย และไม่ควรนำมาเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมระบุว่า การถกเถียงและแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย
ส่วนกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีการกล่าวอ้างถึงบุคคลในกระทรวงมหาดไทยนั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่าไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว พร้อมเห็นว่าไม่ควรให้ประเด็นทางการเมือง สร้างความสับสนหรือความไม่เข้าใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ทุกฝ่ายควรมุ่งความสนใจไปที่การแก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติควรทำหน้าที่ด้านกฎหมายและการพิจารณารัฐธรรมนูญตามบทบาทหน้าที่ต่อไป
ลักขณา เทียกทอง/เรียบเรียง
โทรทัศน์รัฐสภา/ภาพ