6 มิ.ย. 69 - กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่บ้านภูเหม็น จ.อุทัยธานี ติดตามการขับเคลื่อน กม. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมรับฟังข้อเสนอชุมชน ถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบจัดทำระเบียบรองรับสิทธิที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชน

image

          วันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา นำโดย นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น โดยมีนายอิทธิพงศ์ ตัณมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับคณะกรรมาธิการฯ ณ เขตพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น (บ้านพุเม้ยง์) ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี
          คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์จากผู้แทนชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ภาคประชาชน และภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เช่น จังหวัดอุทัยธานี อำเภอห้วยคต อำเภอบ้านไร่ องค์การบริหารส่วนตำบลทองหลาง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดอุทัยธานี หน่วยงานด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ ผู้แทนกระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) โดยชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็นเป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานมายาวนาน และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ขับเคลื่อนการคุ้มครองและฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนตามแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 จนได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 อันสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ควบคู่กับการสืบทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
          ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังการสะท้อนปัญหาจากกลุ่มชาติพันธุ์ และได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การรับรองพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และสิทธิชุมชน โดยชุมชนและภาควิชาการเสนอให้ยกระดับมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 เพื่อใช้เป็นกลไกในการกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามมาตรา 37 เพื่อรองรับสิทธิด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชน
          ความขัดแย้งด้านที่ดินและการดำเนินงานตามนโยบาย คทช. ซึ่งชุมชนกังวลว่าการพิสูจน์สิทธิตามนโยบาย คทช. อาจกระทบต่อสิทธิในที่ดินทำกินและวิถีชีวิตดั้งเดิม จึงเสนอให้ชะลอการดำเนินการเพื่อรอความชัดเจนของแนวทางโฉนดชุมชนและระเบียบตามกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
          การคุ้มครองวิถีชีวิตไร่หมุนเวียนของชุมชนกะเหรี่ยง โดยชุมชนสะท้อนว่านโยบายห้ามเผาป่าและมาตรการควบคุม PM2.5 ส่งผลกระทบต่อวิถีไร่หมุนเวียน จึงขอให้แยกแยะการเผาตามวิถีวัฒนธรรมออกจากการเผาทำลายป่า และพิจารณาแนวทางผ่อนปรนที่เหมาะสม
           ปัญหาการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านสัญญาณโทรศัพท์ โดยที่ประชุมมีข้อสรุปขอให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่
          การขับเคลื่อนตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ปี 2563 โดยชุมชนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ปี 2563 ซึ่งรับรองสิทธิการมีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชน
          ในการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ครั้งแรก ภายหลังมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่มุ่งรับรองสิทธิ คุ้มครอง และส่งเสริมวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดยจะได้รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ รวมทั้งข้อเสนอที่ไปประกอบการพิจารณาต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล / ภาพ 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ