10 มิ.ย. 69 - ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับแก้ไข ที่ ครม. เสนอ เพื่อรองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ พร้อมตั้งคณะกมธ.วิสามัญฯ 25 คน

image

          ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 20 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 455 จากผู้ลงมติ 456 เสียง และมีผู้ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อเพิ่มบทบัญญัติรองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์

          สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายอย่างกว้างขวาง อาทิ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านตลาดทุนให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล พร้อมเสนอให้กำหนดยุทธศาสตร์ประเทศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนดิจิทัล เพื่อช่วยลดต้นทุนการออกหลักทรัพย์ เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม รวมถึงรองรับผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่

           ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายถึงความรวดเร็วในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์และตลาดเงิน รวมถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล โดยระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา มีหลายประเด็นที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยลดลง และนักลงทุนหันไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.จังหวัดนครปฐม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อตลาดทุนไทย เนื่องจากหลายประเทศได้ออกกฎหมายรองรับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วตั้งแต่ปี 2564 การมีกฎหมายรองรับจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนการระดมทุน และลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงหรือสูญหายของใบหลักทรัพย์กระดาษ

          ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ จำนวน 25 คน แบ่งเป็นสัดส่วน ครม. 6 คน และสภาผู้แทนราษฎร 19 คน ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน พร้อมกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ