นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน คนที่หนึ่ง พร้อมคณะ รับหนังสือจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีโบรกเกอร์ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง หลังมีประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกให้ลงทุน
นายแทนคุณ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เสียหายจำนวนมากจากการลงทุนผ่านโบรกเกอร์ Forex ผิดกฎหมายหลายราย โดยเห็นว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนและกระทบต่อระบบการเงินของประเทศอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบ ยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมถึงขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเข้าข่ายการฟอกเงินและการหลอกลวงประชาชน
นายแทนคุณ ระบุด้วยว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าการตรวจสอบของ DSI ครอบคลุมทั้งบุคคลในแวดวงการเมือง วงการบันเทิง และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่อาจมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ดังกล่าว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการขยายผล ติดตามทรัพย์สินที่ถูกยึด และดำเนินคดีอย่างชัดเจนและเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมหลายพันล้านบาท
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้พิจารณาความผิดในข้อหาอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เช่น ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณามาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการชำระเงินที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งยังสามารถให้บริการแก่ประชาชนไทยได้ แม้เมื่อเกิดข้อพิพาทกลับอ้างว่าอยู่นอกอำนาจของหน่วยงานในประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงและติดตามแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ถูกจำกัดหรือขึ้นบัญชีเตือนในต่างประเทศอย่างเพียงพอแล้วหรือไม่
ด้านนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความตัวแทนผู้เสียหาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ที่ถูกกล่าวถึงรวมอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IQ Option ซึ่งยังไม่ปรากฏว่าถูกตรวจสอบในกระบวนการเดียวกัน โดยระบุว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวมีลักษณะการซื้อขายที่คล้ายการพนันและมีความเสี่ยงสูง
นายวิฑูรย์ ยังเสนอให้กรรมาธิการพิจารณานโยบายกำกับดูแลระบบการชำระเงิน โดยเฉพาะบริษัท Payment Gateway ที่ให้บริการรับชำระเงินแก่ร้านค้าหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เนื่องจากการตรวจสอบในปัจจุบันอาจยังไม่รัดกุมเพียงพอ พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบ Callback URL ของร้านค้าที่มาใช้บริการ เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นร้านค้าปกติ แต่แท้จริงกลับเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนันออนไลน์หรือขบวนการหลอกลงทุน
ภายหลังรับหนังสือ นางศิริวรรณ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง และจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย DSI และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมให้ข้อมูล เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและคุ้มครองประชาชนต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง