16 ก.ค. 69 - คณะอนุ กมธ.การตำรวจ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เตรียมผลักดันการปรับปรุง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 หลังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์สถานที่และมาตรการด้านความปลอดภัยที่อาจไม่สอดคล้องกับลักษณะการประกอบกิจการในปัจจุบัน

 

image

        นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ วุฒิสภา พร้อมด้วย ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะอนุ กมธ. นำคณะลงพื้นที่บริเวณร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันการแก้กฎหมายสถานบริการ ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

        นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า แม้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จะยังไม่ให้เข้าไปด้านใน แต่จากการสังเกตโครงสร้างภายนอก พบความผิดปกติชัดเจน สถานที่นี้จดทะเบียนเป็นเพียงร้านอาหาร แต่กลับอาศัยช่องว่างขออนุญาตเพิ่มการแสดงดนตรีและใช้เสียง ดัดแปลงจากสถานที่เปิดให้กลายเป็นระบบปิด ลักษณะคล้ายสถานบันเทิง ซึ่งโครงสร้างความสูงของอาคารและทางเข้าออก ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับกลุ่มคนจำนวนมาก โดยระบุสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากว่าเกิดจากไฟฟ้าดับทันทีที่เกิดไฟไหม้ ระบบไฟตัดขาดทำให้ภายในมืดสนิท นอกจากนี้ยังขาดอุปกรณ์หลายอย่าง อาทิ ไฟสำรอง ป้ายไฟฉุกเฉินนำทางไปสู่ทางออกที่มีเพียงประตูด้านหน้า 2 บาน และด้านหลัง 2 บาน เมื่อทุกคนตื่นตระหนกในความมืด จึงเกิดการชนกัน ล้มทับ และเหยียบกันจนเกิดความสูญเสียขึ้น พร้อมระบุว่า ปัญหาคือการขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหาร แล้วเพิ่มดนตรีทีหลัง โครงสร้างจึงเป็นคนละแบบกัน หากเป็นลักษณะผับบาร์ กฎหมายต้องบังคับให้ชัดเจนว่า เพดานต้องสูงเท่าไหร่ ประตูหนีไฟต้องมีกี่บาน รวมถึงระบบไฟฉุกเฉิน ซึ่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่ง อนุ กมธ. จะเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อผลักดันเข้าสู่รัฐสภา ในการรื้อและปรับปรุงกฎหมายใหม่ทั้งหมด 

        นายกิติศักดิ์ ในฐานะอดีตช่างไฟฟ้า ยังกล่าวถึงประเด็นที่พบว่าทางร้านมีการขอหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้ โดยวิเคราะห์เบื้องต้นว่า นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าไฟไม่พอใช้ เนื่องจากเมื่อครั้งเป็นร้านอาหารใช้ไฟน้อย แต่พอเปลี่ยนเป็นผับจึงต้องใช้ไฟมหาศาล คำถามคือระหว่างรอหม้อแปลงใหม่ ได้เดินสายไฟด้านในใหม่รองรับหรือไม่ เมื่อไฟไม่พอ ความร้อนย่อมสะสมในสายไฟจนนำไปสู่การลัดวงจร ซึ่งเชื่อว่านี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญของเพลิงไหม้ครั้งนี้ ดังนั้น จึงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป 

        ทั้งนี้ คณะอนุ กมธ.การตำรวจ วุฒิสภา มีข้อสังเกตถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแก้ปัญหาในจุดสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ด้วยกลยุทธ์ทำตำรวจน้อยให้เป็นคนมาก โดยเสนอให้บูรณาการกำลังพลร่วมกับ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) หรือมูลนิธิกู้ภัยต่าง ๆ เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอดส่องดูแลระบบอัคคีภัยและทางหนีไฟตามสถานบริการเพิ่มเติมด้วย ​ส่วนเสียงครหาจากสังคมที่มักมองว่าถ้าร้านเหล่านี้ ตำรวจไม่รู้เห็นเป็นใจไม่มีทางเปิดได้ ซึ่งแม้จะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ก็มีหลายร้านที่ใช้วิธีเลี่ยงบาลี อ้างว่าไม่มีดนตรีสดแล้วยอมปิดหน้าร้าน แต่ด้านในแอบเปิดห้องคาราโอเกะให้บริการต่อ จึงฝากให้ฝ่ายสืบสวนเร่งลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารและสถานบริการต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด และลดข้อครหาจากสังคมเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายต่อสถานบริการที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา / ข้อมูลและภาพ 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ