คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ประชุมครั้งที่ 13 โดยมี นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
นายวุฒิชาติ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งด้านการค้า การส่งออก การดูแลราคาสินค้า และการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ดังนั้น การจัดสรรงบประมาณต้องมุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก ควบคู่กับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณางบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
ที่ประชุมเสนอให้เร่งบูรณาการฐานข้อมูลและยุทธศาสตร์การค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและกำหนดนโยบายเชิงรุก พร้อมเสริมศักยภาพสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ต่อยอดอุตสาหกรรมอัญมณีและศิลปหัตถกรรมไทยด้วยการวิจัย พัฒนามาตรฐาน และยกระดับมูลค่าสินค้า เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณของกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ที่ประชุมเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าหาตลาดส่งออกใหม่ ลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่มาตรการภาษี และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผ่านกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รวมทั้งกำชับให้กรมการค้าภายในติดตามและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าควรเร่งยกระดับบริการดิจิทัล ลดขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ย้ำว่า การพิจารณางบประมาณทุกหน่วยงานยึดหลัก “คุ้มค่า โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชน” โดยงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ต้องสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ