นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วยนางสาวจณา สินธวานนท์ อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมคารวะ ท่านทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ในโอกาสเดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานประเทศ นครหลวงเวียงจันทน์
โอกาสนี้ ท่านทองลุน สีสุลิด ซึ่งเป็นผู้นำระดับสูงสุดของ สปป.ลาว ดำรงตำแหน่งประธานประเทศ และเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (LPRP) ตำแหน่งที่มีอำนาจทางการเมืองสูงสุดของประเทศ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณคณะผู้แทนรัฐสภาไทยที่เดินทางมาแสดงความอาลัยต่อการอสัญกรรมของประธานสภาแห่งชาติ สปป.ลาว พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-ลาว ซึ่งเปรียบเสมือนญาติมิตรที่มีความผูกพันใกล้ชิดกันในทุกมิติ ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน บนพื้นฐานร่วมกันทางประวัติศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา และวิถีชีวิต ตลอดจนมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่หยั่งรากลึกและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยไทยถือว่า สปป.ลาว เป็นทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตร่วมกันในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน ความสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงลึกซึ้งเกินกว่าระดับรัฐบาล แต่เชื่อมโยงถึงระดับประชาชนอย่างแท้จริง
ด้านประธานรัฐสภาไทย กล่าวขอบคุณประธานประเทศ สปป.ลาว ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งเป็นตัวแทนรัฐบาลและประชาชนชาวไทยในการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียประธานสภาแห่งชาติ สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของทั้งสองประเทศ การเยือนครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความอาลัยแล้ว ยังเป็นการยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ เช่น ปัญหายาเสพติด มลพิษข้ามแดน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์
นอกจากนี้ ประธานประเทศ สปป.ลาว ได้ขอบคุณในไมตรีจิตและเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อมโยงไทย – ลาว ทั้งด้านการคมนาคมขนส่งและการเดินทางไปมาหาสู่กันของประชาชน รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย – ลาว – จีน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ยุคใหม่ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการขนส่งระหว่างกัน โดยเฉพาะสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ซึ่งเปิดใช้งานในปี 2568 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยง ส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และสนับสนุนเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงท้ายของการหารือ ประธานรัฐสภาไทยเน้นย้ำว่า รัฐสภาไทยพร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประธานรัฐสภา คณะกรรมาธิการ และกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนิติบัญญัติ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือไทย – ลาว ให้มีความมั่นคง แน่นแฟ้น และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร /ข้อมูล
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร /ภาพ