นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร และคณะ แถลงผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผลกระทบจากมลพิษทางน้ำในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสิทธิของประชาชนมานานกว่า 20 ปี
นายภัทรพงษ์ เปิดเผยว่า แม้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเคยมีคำสั่งระงับกิจกรรมการจัดเก็บของเสียอันตรายไปแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รวมถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่ามีการทำผิดเงื่อนไขตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยบริษัทเอกชนมีการประกอบกิจการนอกเหนือพื้นที่แผนผังที่ได้รับอนุญาต ทั้งยังพบการนำเข้าขยะเกินความจุ ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2553 – 2569 บ่งชี้ว่า โรงงานดังกล่าวรับขยะอันตรายเกินปริมาณความจุที่ขออนุญาตไว้ ซึ่งโรงงานนี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 จากข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯ จึงมีมติข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการ โดยเรียกร้องกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 สั่งระงับการประกอบกิจการในส่วนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนข้างเคียงทันที เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมมีข้อสรุปให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงเอาผิดหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม ยึดหลักการผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย และประชาชนต้องได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย
ด้านนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ ที่เร่งจัดการปัญหา เสนอข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน พร้อมเปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ ตนจะร่วมลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อตรวจสอบบริเวณหลุมฝังกลบขยะในพื้นที่จริงอีกครั้ง พร้อมกันนี้ ได้ฝากข้อเสนอแนะไปถึงรัฐบาลว่า ปัญหาการจัดการของเสียและขยะอันตรายในประเทศไทยปัจจุบันเข้าสู่ทางตันรัฐบาลต้องเร่งวางโครงสร้างระบบจัดการของเสียในภาพรวม เร่งหาพื้นที่และนวัตกรรมในการกำจัดขยะที่ถูกต้อง เปิดโอกาสให้เอกชนที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อให้การแก้ปัญหามลพิษของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง