19 ส.ค.69 - ผู้นำฝ่ายค้านฯ นำคณะ สส. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตาม ปัญหาการประกอบกิจการโรงงาน การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และผลกระทบต่อชุมชนใน จ.ปราจีนบุรี พร้อมรับฟังข้อกังวลภาคประชาชนต่อการพัฒนาพื้นที่และการนำจังหวัดเข้าสู่ EEC ย้ำหากพบกระบวนการไม่โปร่งใสพร้อมตรวจสอบ และผลักดันการแก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค

image

        นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบกิจการโรงงาน การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังข้อกังวลของภาคประชาชนต่อทิศทางการพัฒนาพื้นที่และการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

        นายณัฐพงษ์และคณะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อติดตามกรณีการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การฝ่าฝืนกฎหมาย สถานประกอบการที่ถูกร้องเรียน กระบวนการอนุญาตและกำกับดูแล ตลอดจนปัญหาและข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย

        นายสุนทร คมคาย ผู้ประสานงานกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ให้ข้อมูลว่า ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี ทั้งกรณีที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและกรณีที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าหลายคดีมีความล่าช้า ส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมายและการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน นอกจากนี้ ยังพบข้อกังวลเกี่ยวกับโรงงานที่มีใบอนุญาตแต่ประกอบกิจการแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาต รวมถึงโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งนำไปสู่ข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพการกำกับดูแล

        ภาคประชาชนยังแสดงความกังวลต่อโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 3 แห่งในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน โดยมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การกำกับดูแลผลกระทบด้านมลพิษ การใช้น้ำ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ พร้อมกังวลว่าโรงไฟฟ้าจากขยะอาจนำกิจกรรมด้านการรวบรวมและจัดการขยะอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยเห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สะสมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจการนำ จ.ปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางดังกล่าว

        นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ หวังว่าเวทีดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐและภาคประชาชนแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน โดยหากพบกระบวนการที่ไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับภาคเอกชนหรือระบบราชการ ฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมระบุว่า หากพบว่ามีกฎหมายที่จำเป็นต้องแก้ไข หรือกฎระเบียบที่ควรปรับปรุง ฝ่ายค้านพร้อมนำประเด็นเข้าสู่การพิจารณาผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ

        สำหรับข้อกังวลเรื่อง EEC นายณัฐพงษ์ระบุว่า จากการลงพื้นที่หลายครั้ง เข้าใจว่าการคัดค้านของภาคประชาชนไม่ได้หมายถึงการคัดค้านการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ต้องการเห็นการพัฒนาที่ไม่แลกกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยเห็นว่าการพัฒนาควรดำเนินควบคู่กันทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการกระจายประโยชน์สู่ชุมชน ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนหรือผู้ประกอบการ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเป็นผู้รับผลกระทบ

        ภายหลังการประชุม นายณัฐพงษ์และคณะลงพื้นที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304 บุยายใบ อ.ศรีมหาโพธิ สำรวจชุมชนโดยรอบและรับฟังปัญหาจากประชาชนเกี่ยวกับกลิ่น มลพิษ และผลกระทบจากการประกอบกิจการอุตสาหกรรม ก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่โรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อกังวลของประชาชน รวมถึงสำรวจสภาพพื้นที่โดยรอบ โดยมีประชาชนเข้าร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะปัญหากลิ่นและน้ำเสีย

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ