กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สผ. ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง หนุนรัฐ-เอกชนร่วมลงทุน ขับเคลื่อนโลจิสติกส์-โครงสร้างพื้นฐาน

อรพรรณ ขันทองคำ

21 ก.ย. 2569 13:20 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สผ. ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง หนุนรัฐ-เอกชนร่วมลงทุน ขับเคลื่อนโลจิสติกส์-โครงสร้างพื้นฐาน

21 ก.ย. 69 - กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง หนุนรัฐ-เอกชนร่วมลงทุน ขับเคลื่อนโลจิสติกส์-โครงสร้างพื้นฐาน พร้อมศึกษาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติบริหารจัดการท่าเรือ รองรับเศรษฐกิจอัจฉริยะ

นางนันทนา สงฆ์ประชา กรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ใน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอัจฉริยะผ่านระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบร่วมลงทุน (PPP) สู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูลระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 69 โดยมีนางพรทิพา ทวีนุช นักบริหาร 13 โครงการร่วมลงทุน ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมคณะให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นางพรทิพา กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันมีท่าเรือเฟส 1 และเฟส 2 สามารถรองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 11 ล้าน TEU ต่อปี และเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของประเทศไทย ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าและเรือขนาดใหญ่ โดยตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี สำหรับความคืบหน้าโครงการเฟส 3 ขณะนี้งานขุดลอกและถมทะเลมีความคืบหน้าเกือบ 100% ส่วนงานระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 20-30 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับท่าเรือแหลมฉบังให้รองรับการขยายตัวของภาคการค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต การเดินทางมาศึกษาดูงานครั้งนี้ นอกจากเป็นการรับทราบข้อมูลการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าการพัฒนาท่าเรือเฟส 3 เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ และคณะกรรมาธิการฯ พร้อมมีส่วนช่วยพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน นอกจากนี้ ยังกล่าวชื่นชมพัฒนาการของท่าเรือแหลมฉบังจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มองว่าการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ท่าเรือของบริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด เพื่อศึกษาระบบบริหารจัดการท่าเรือและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการนำระบบคอมพิวเตอร์และระบบอัตโนมัติมาใช้ควบคุมการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำเทคโนโลยีมายกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของท่าเรือแหลมฉบังอีกด้วย

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

เพตเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ ท่าเรือแหลมฉบัง /ข้อมูลและภาพ