นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแสดงความยินดีที่ นายโสภณเข้ารับตำแหน่ง และหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโอมาน ณ อาคารรัฐสภา
นายโสภณกล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยมาเป็นเวลา 6 ปี และมีส่วนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ พร้อมเห็นว่าการเยือนรัฐสภาครั้งนี้เป็นโอกาสเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โอมาน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกัน ขณะเดียวกัน กล่าวขอบคุณฝ่ายโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือมยุรี นารี จนได้รับความปลอดภัย พร้อมเห็นว่าไทยและโอมานมีจุดเด่นร่วมกันด้านการเป็นประเทศที่รักความสงบและให้ความสำคัญกับการเจรจา โดยสามารถขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนการแพทย์ ซึ่งมีชาวโอมานเดินทางมาใช้บริการในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นายโสภณ สนับสนุนการใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติร่วมแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การหารือระดับทวิภาคีและแสวงหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน พร้อมขอบคุณคำเชิญเดินทางเยือนโอมานและเข้าร่วมงานวันชาติรัฐสุลต่านโอมาน โดยหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับและยืนยันว่าจะส่งเสริมความร่วมมือไทย-โอมานในทุกมิติ โดยระบุว่าความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศดำเนินมาอย่างราบรื่นนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 และมีการลงนามความร่วมมือในหลายด้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำบันทึกความร่วมมือด้านเกษตรกรรม ประมง ยางพารา และการทูตให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแผนการเดินทางมาประเทศไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางโอมานใน เดือนตุลาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รวมถึงแผนการประชุมระหว่างสองประเทศในไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะครอบคลุมความร่วมมือด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว
เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ โดยเสนอให้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โอมาน เพื่อประสานความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนการเยือนและประสบการณ์ระหว่างสำนักงานของทั้งสองฝ่าย พร้อมเชิญประธานรัฐสภาเดินทางเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมงานวันชาติรัฐสุลต่านโอมาน วันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ตลอดจนเสนอให้ประสานความร่วมมือในเวทีพหุภาคี ทั้งสหภาพรัฐสภา (IPU) และสมัชชารัฐสภาเอเชีย (APA) อีกทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้วิสัยทัศน์โอมาน ค.ศ. 2040 โอมานให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอย่างยั่งยืน นวัตกรรม พลังงานสีเขียว พลังงานหมุนเวียน และความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเปิดโอกาสด้านการลงทุนระหว่างสองประเทศ ส่วนด้านการท่องเที่ยว ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวโอมาน ทั้งการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
