นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายปุ้ย แสงนาค และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำและผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ภาคกลาง
นายทวิวงศ์ กล่าวว่า การเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาส่งผลกระทบต่อพื้นที่พระนครศรีอยุธยา โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบแจ้งเตือนให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า วันที่ 20 กันยายน 2569 เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนเพิ่มเป็น 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันที่ 22 กันยายน ส่งผลให้พื้นที่อำเภอบางบาลและอำเภอเสนามีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เมตร ทำให้ประชาชนมีเวลาเตรียมรับสถานการณ์ไม่เพียงพอ นายทวิวงศ์ เสนอให้รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วัน โดยเฉพาะกรณีคาดว่าจะมีฝนตกหนัก เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมทรัพย์สินและวางแผนการดำเนินชีวิตได้ทัน พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำในพื้นที่เหนือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งจังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง โดยประสานเกษตรกรให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทัน และใช้พื้นที่ทุ่งนาเป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งระบายน้ำจากพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวง ซึ่งครอบคลุมอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ และอำเภอบางบาล เข้าสู่คลองชลประทานและทุ่งเจ้าเจ็ด โดยเฉพาะบริเวณตำบลหัวเวียงซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับประชาชน นายทวิวงศ์ เสนอให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล จัดเตรียมศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ ทั้งห้องน้ำ พื้นที่อเนกประสงค์ และพื้นที่รองรับเครื่องมือประกอบอาชีพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าพักได้อย่างเหมาะสมหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกันยังเสนอให้ภาครัฐนำเทคโนโลยีและข้อมูลจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ด้าน นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ กล่าวว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการ จะรับข้อร้องเรียนและเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมเสนอให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีคาดว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569 หากมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควรแจ้งประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนให้ทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำ แนวทางดูแลประชาชนปลายน้ำ และข้อมูลปริมาณและระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
