ปธ.อนุกมธ.ด้านศิลปะสร้างสรรค์ วุฒิสภา ชี้ไทยต้องเร่งพัฒนา AI ของตนเอง ใช้เทคโนโลยีอนุรักษ์และต่อยอดศิลปวัฒนธรรม

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

25 ก.ย. 2569 10:34 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
ปธ.อนุกมธ.ด้านศิลปะสร้างสรรค์ วุฒิสภา ชี้ไทยต้องเร่งพัฒนา AI ของตนเอง ใช้เทคโนโลยีอนุรักษ์และต่อยอดศิลปวัฒนธรรม

25 ก.ย. 69 - ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ วุฒิสภา ชี้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทไทย เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี พร้อมเสนอใช้ AI อนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์งานศิลปกรรม ควบคู่การปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและจัดทำระบบขึ้นทะเบียนผลงาน คุ้มครองสิทธิศิลปินไทย

ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในกมธ.ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวในรายการ Law Talk กับ สว. EP.287 หัวข้อ อธิปไตย AI ด้านศิลปกรรมไทย ว่า อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Sovereignty) หมายถึง ความสามารถของรัฐ องค์กร หรือสังคมในการกำหนด ควบคุม และพัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง โดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน หรือผู้ให้บริการจากต่างประเทศมากเกินไป ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน แบบจำลอง AI บุคลากรและองค์ความรู้ กฎหมายและธรรมาภิบาล รวมถึงภาษาและวัฒนธรรม

ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนา AI ของตนเอง เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต กระบวนการทำงาน และระบบเงินตรา พร้อมระบุว่าคนไทยมีศักยภาพ จึงควรคิดให้ใหญ่และเร่งลงทุนพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทย เพื่อไม่ให้ไทยเป็นเพียงผู้ซื้อหรือผู้บริโภคเทคโนโลยี โดยไม่เข้าใจกลไกเบื้องหลัง สำหรับงานศิลปกรรมและวัฒนธรรมไทย เห็นว่า AI สามารถเข้ามามีบทบาทได้ใน 3 มิติ ได้แก่ การอนุรักษ์ต้นฉบับและองค์ความรู้ดั้งเดิม การสืบสานโดยนำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยและคนรุ่นใหม่ และการสร้างสรรค์โดยนำองค์ความรู้เดิมมาบูรณาการเพื่อสร้างผลงานใหม่ ทั้งด้านทัศนศิลป์ นฤมิตศิลป์ ดุริยางคศิลป์ นาฏยศิลป์ วรรณศิลป์ และศิลปะประเพณีพื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม AI เป็นเทคโนโลยีสองด้าน จึงต้องคำนึงถึงจริยธรรมและผลกระทบต่อสังคม ประชาชนควรเรียนรู้และใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคิดและวิเคราะห์ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI คิดแทนทั้งหมด รวมถึงควรระมัดระวังการใช้เทคโนโลยีกับเด็กและการติดหน้าจอมากเกินไป

ส่วนด้านกฎหมายและการคุ้มครองศิลปินไทย ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ ระบุว่า อนุกมธ.ด้านศิลปะสร้างสรรค์ กำลังศึกษาและทบทวนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะการคุ้มครองลิขสิทธิ์ พร้อมเสนอให้มีระบบขึ้นทะเบียนผลงานศิลปกรรมในลักษณะเดียวกับระบบเลขรหัสมาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ระบุและแยกแยะหนังสือแต่ละเล่มหรือแต่ละชื่อเรื่องอย่างเฉพาะเจาะจง (ISBN) ของหนังสือ เพื่อยืนยันสิทธิในผลงาน และจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองศิลปินในการดำเนินคดีหรือไกล่เกลี่ยปัญหาลิขสิทธิ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเสนอให้ภาครัฐเร่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา AI บุคลากร และการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊กวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ