ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามทั่วไปต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงปัญหาของกลุ่มลูกจ้างรับเหมาแรงงาน หรือ ซับคอนแทรค (Subcontract) ที่กำลังประสบปัญหาถูกเลือกปฏิบัติ และละเมิดสิทธิแรงงานในหลายพื้นที่
นายเซีย ระบุว่า รูปแบบการจ้างงานซับคอนแทรคในปัจจุบัน มีการทำสัญญาจ้างระยะสั้นซ้ำๆ จากเดิมปีต่อปี ลดเหลือเพียง 6 เดือน หรือ 3 เดือนครั้ง ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้นายจ้างอ้างว่าเป็นสัญญาจ้างใหม่เพื่อตัดตอนอายุการทำงาน ทั้งที่ในความเป็นจริง ลูกจ้างยังคงปฏิบัติงานในไลน์การผลิตเดิม สถานประกอบการเดิม และร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานกลุ่มเดิม แต่กลับได้รับค่าจ้าง สวัสดิการ และโบนัส ต่ำกว่าลูกจ้างประจำอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 ได้ระบุให้ปฏิบัติต่างๆ อย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ นายเซีย ยังได้ยกตัวอย่างกรณีลูกจ้างหญิงซับคอนแทรคในจังหวัดระยอง ที่ทำงานต่อเนื่องมา 3 ปี แต่เมื่อตั้งครรภ์กลับถูกนายจ้างปฏิเสธการต่อสัญญาและเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย รวมถึงเปรียบเทียบกรณีแม่บ้านในรัฐสภาที่ต้องเผชิญภาวะสัญญาจ้างปีต่อปีจนขาดความมั่นคง พร้อมกับจี้ถามว่า กระทรวงแรงงานได้นำข้อมูลแบบแสดงสภาพการจ้าง (คร.11) มาวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อสุ่มตรวจเชิงรุกหรือไม่
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวชี้แจงโดยยอมรับว่า ระบบการจ้างงานซับคอนแทรคเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิแรงงานได้ง่าย แม้ว่าในทางเศรษฐกิจจะมีความจำเป็นเรื่องความยืดหยุ่นในบางอุตสาหกรรมก็ตาม
นายจุลพันธ์ เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่แจ้งข้อมูลระบบซับคอนแทรคผ่านแบบ คร.11 ในระบบ e-Service จำนวน 1,841 แห่ง คิดเป็นลูกจ้างกว่า 180,000 คน เมื่อรอบปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมาทำการสุ่มตรวจสถานประกอบการ 1,400 แห่ง พบการปฏิบัติการจ้างงานผ่านซับคอนแทรคอย่างถูกต้อง 895 แห่ง ส่วนอีกกว่า 500 แห่ง พบปัญหาการจ่ายค่าตอบแทนไม่ตรงตามกฎหมาย จึงสั่งการให้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง หากสถานประกอบการใดไม่ปฏิบัติตาม ถูกนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี เปรียบเทียบปรับ และร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ย้ำทิ้งท้ายว่า จะไม่พึ่งพาเพียงข้อมูลจากแบบ คร.11 ที่ยื่นโดยนายจ้างฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่จะสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนำเอกสารสัญญาจ้างและสวัสดิการมาเปรียบเทียบเพื่อตรวจสอบเชิงรุก ตลอดจนเพิ่มการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1506 และระบบ Traffy Fondue แรงงาน เพื่อเข้าแก้ไขปัญหาและคุ้มครองสิทธิให้ลูกจ้างซับคอนแทรคอย่างเคร่งครัดต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
