นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามเรื่องงบประมาณสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ต่อนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตและการค้าข้ามแดนของจังหวัดสุรินทร์ที่มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทต่อปีต้องหยุดชะงัก และส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อปีของจังหวัดสุรินทร์จากเดิมอยู่อันดับที่ 64 ของประเทศ หล่นลงมาอยู่อันดับที่ 73 ตนจึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสุรินทร์มีจุดเด่นทั้งช้าง วัฒนธรรมปราสาทโบราณ ผ้าไหม ตลอดจนแลนด์มาร์กใหม่ เช่น เนิน 350 ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา ในอำเภอพนมดงรัก ซึ่งเคยจัดงานท่องเที่ยวทุเรียนจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงวันละ 3,000–4,000 คน อย่างไรก็ดี งบประมาณจังหวัดสุรินทร์ในปี 2570 ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 60 กว่าล้านบาท ประกอบกับจังหวัดสุรินทร์ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ สุรินทร์เกมส์ และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2570 ตนจึงขอสอบถามไปยังรัฐบาลถึงแนวทางการพิจารณางบประมาณสนับสนุนการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจการเกษตร การค้า และผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ นอกจากนี้ เรื่องการบริหารจัดการน้ำและการเกษตร ในพื้นที่ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ประสบปัญหาน้ำป่าและน้ำท่วมขังเนื่องจากอ่างเก็บน้ำไม่สามารถรองรับมวลน้ำได้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอำเภอชั้นใน เช่น ปราสาท เมือง ท่าตูม ศรีณรงค์ และสังขะ จึงขอหารือรัฐบาลถึงแนวทางสนับสนุนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ให้เกษตรกรสามารถทำมาหากินได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำฝนตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้แทนตอบชี้แจง กล่าวว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายแดนอย่างมาก โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดนตั้งแต่ภาคอีสานถึงภาคตะวันออกที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ สำหรับแนวทางการใช้นโยบายงบประมาณจังหวัดปี 2570 รัฐบาลได้มอบโจทย์ให้จังหวัดเน้นนำงบประมาณไปพัฒนาศักยภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างแลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น เนิน 350 ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่ม GDP ให้จังหวัด แทนการใช้นโยบายงบซ้ำซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้จัดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดชายแดน ทั้งการสนับสนุนค่าพักค้างคืน การจัดงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ และการชูอัตลักษณ์เนื้อวากิว ข้าวหอมมะลิ GI และผ้าไหมทอมือ
นายภราดร ยังกล่าวถึงแผนงานโครงการด้านแหล่งน้ำว่า รัฐบาลได้อนุมัติและเตรียมจัดสรรงบประมาณพัฒนาแหล่งน้ำในอำเภอชายแดน เช่น พนมดงรัก กาบเชิง สังขะ และบัวเชษฐ์ โดยในปีงบประมาณ 2569 มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำตำบลแนงมุด และการขุดลอกแก้มลิงบ้านตาเมียง อำเภอกาบเชิง รวมถึงโครงการในอำเภอสังขะ นอกจากนี้ ในช่วงปีงบประมาณถัดไป รัฐบาลได้เตรียมแผนโครงการบริหารจัดการน้ำไว้อีก 7 โครงการ เพื่อเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ด้วย
และในช่วงท้ายของการตั้งกระทู้ถาม นางปทิดา กล่าวทิ้งท้ายโดยเสนอแนะให้บูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อจัดกิจกรรมใหญ่เติมเต็มศักยภาพของจังหวัดสุรินทร์ รองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี 2570 ซึ่งสุรินทร์ไม่ได้เป็นเจ้าภาพมานานกว่า 16 ปี ตลอดจนเป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
