กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ติดตามสอบท้องถิ่น-โครงการ MIS ดีเอสไอ-ข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าหลักสูตร ปปร.

ทัดดาว ทองอิ่ม

1 ต.ค. 2569 17:49 น.5 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ติดตามสอบท้องถิ่น-โครงการ MIS ดีเอสไอ-ข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าหลักสูตร ปปร.

1 ต.ค. 69 - ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เผยผลติดตามการตรวจสอบ 3 ประเด็นสำคัญ ข้อกล่าวหาทุจริตสอบแข่งขันท้องถิ่น ความรับผิดจากโครงการระบบสารสนเทศของดีเอสไอ และข้อกล่าวหาเรียกรับเงิน 500,000 บาท แลกเข้าอบรมหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 พร้อมตรวจสอบเพิ่มเติมและรวบรวมข้อเสนอส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผลการประชุมติดตามข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขันท้องถิ่น โครงการระบบสารสนเทศของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และการคัดเลือกผู้เข้าอบรมหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า สำหรับกรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลกล่าวอ้างว่า การทุจริตอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 และอาจย้อนหลังถึงปี 2536 โดยข้อกล่าวหาในปี 2564 เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนกระดาษคำตอบหลังสอบ ส่วนปี 2568 เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงคะแนนสอบ ซึ่งยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม นอกจากนี้ มีข้อมูลว่าผู้ร้องยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 เกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นนายหน้ารายสำคัญในจังหวัดขอนแก่น โดยคณะกรรมาธิการจะติดตามตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

ส่วนโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและเครือข่าย (MIS) ของดีเอสไอ มูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท ซึ่งทำสัญญาตั้งแต่ปี 2548 เกิดข้อพิพาทเรื่องความล่าช้าในการส่งมอบงาน โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าส่วนหนึ่งเกิดจากดีเอสไอไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ได้ตามกำหนด ทำให้ต้องชำระเงินแก่เอกชนรวมดอกเบี้ยประมาณ 84 ล้านบาท และชำระแล้วในปี 2567 ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณาความรับผิดทางละเมิด หลังขอข้อมูลเพิ่มเติม โดยยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย แม้คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่ากระบวนการสอบวินัยและความรับผิดทางละเมิดสามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้

สำหรับกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุว่า ไม่พบรายการเงินบริจาคจำนวนดังกล่าวในงบการเงิน ขณะที่สภาสถาบันฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 5 คน โดยการคัดเลือกผู้เข้าอบรมจากผู้ผ่านคุณสมบัติ 324 ราย เหลือ 160 ราย ใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการโดยไม่มีระบบคะแนนหรือการสัมภาษณ์เป็นลายลักษณ์อักษร คณะกรรมาธิการฯ จึงตั้งข้อสังเกตเรื่องหลักเกณฑ์และความโปร่งใส พร้อมตรวจสอบกรณีตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้รับเงิน ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้รับเงิน และต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมรวบรวมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะส่งให้คณะกรรมการคดีพิเศษและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง