สส.ร่มธรรม พรรคภูมิใจไทย เสนอแนวทางปฏิรูปกองทุนสื่อฯ ยกระดับวัดผลสัมฤทธิ์-เปิดโอกาสคนตัวเล็ก

อรพรรณ ขันทองคำ

2 ต.ค. 2569 09:32 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
สส.ร่มธรรม พรรคภูมิใจไทย เสนอแนวทางปฏิรูปกองทุนสื่อฯ ยกระดับวัดผลสัมฤทธิ์-เปิดโอกาสคนตัวเล็ก

2 ต.ค. 69 – สส.ร่มธรรม พรรคภูมิใจไทย เสนอแนวทางปฏิรูปกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ยกระดับวัดผลสัมฤทธิ์ ปรับการให้ทุนเน้นผลลัพธ์มากกว่าจำนวนชิ้นงาน พร้อมเปิดโอกาสคนตัวเล็กเป็นผู้ผลิตหน้าใหม่ มุ่งพัฒนาระบบนิเวศสื่อไทยทั้งระบบ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับบทบาทของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในการพิจารณารายงานประจำปีของกองทุนฯ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา โดยระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่สื่อน้ำดีจำนวนมากต้องปิดตัวลงเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ขณะที่ประชาชนตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้สูงอายุเผชิญภัยหลอกลวงออนไลน์ทั้งข่าวปลอม (Fake News)และภัยจากปัญญาประดิษฐ์(AI) การมีอยู่ของกองทุนฯ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามจากรายงานประจำปี 2568 พบว่า กองทุนฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณราว 560 ล้านบาท และมีผู้ผลิตสื่อยื่นขอรับการสนับสนุนสูงถึงกว่า 1,100 โครงการ แต่ได้รับอนุมัติเพียง 108 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 296 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการของผู้ผลิตสื่อที่มีจำนวนมาก แต่ติดขัดด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้การใช้งบประมาณจำเป็นต้องมุ่งเน้นความคุ้มค่าและกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น

นายร่มธรรม กล่าวต่อถึงข้อเสนอแนะไปยังผู้บริหารกองทุนฯ ว่าควรเน้นวัดผลสัมฤทธิ์มากกว่าจำนวนชิ้นงาน โดยประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการอย่างจริงจัง ทั้งด้านการเข้าถึงผู้ชม และผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นต่อสังคม เพื่อให้การใช้เงินภาษีประชาชนสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง กระจายโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่และคนตัวเล็ก โดยเสนอให้กำหนดสัดส่วนการสนับสนุนสำหรับผู้ผลิตหน้าใหม่ เยาวชน และผู้ผลิตในต่างจังหวัดอย่างชัดเจน เพื่อลดการกระจุกตัวของเงินทุนและเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถพัฒนาศักยภาพและเติบโตได้ ปรับหัวข้อการสนับสนุนให้เท่าทันความท้าทายของสังคม ทั้งประเด็นปากท้อง ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ และภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมโครงการประกวดและการแข่งขันเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ โดยเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวควรขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และพัฒนาระบบนิเวศสื่อทั้งระบบ โดยกองทุนฯ ไม่ควรทำหน้าที่เพียงสนับสนุนเงินทุนเป็นรายโครงการ แต่ควรเป็นแกนกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้ประกอบการสื่อรายใหญ่ รายย่อย และสื่ออิสระ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศสื่อไทยให้มีความปลอดภัยและสร้างสรรค์ในระยะยาว

นายร่มธรรม ย้ำว่า แม้กองทุนฯ จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศได้สูง จึงควรปรับบทบาทให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมสื่อไทยมีความสร้างสรรค์ ปลอดภัย และสร้างประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง