กมธ.ป.ป.ช. ติดตามคดีสอบท้องถิ่น-ข้อร้องเรียนหลักสูตร ปปร. นัดถกงบ Thai PBS-สสส.

คณรัตน์ ยินดีมิตร

8 ต.ค. 2569 18:01 น.6 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.ป.ป.ช. ติดตามคดีสอบท้องถิ่น-ข้อร้องเรียนหลักสูตร ปปร. นัดถกงบ Thai PBS-สสส.

8 ต.ค. 69 - กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ติดตามคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา 3 รายเมื่อครบกำหนดฝากขัง พร้อมพิจารณาข้อร้องเรียนการคัดเลือกผู้เข้าอบรมหลักสูตร ปปร. ของสถาบันพระปกเกล้า ขณะที่การประชุมวันที่ 22 ต.ค. นี้ เตรียมติดตามการใช้จ่ายเงินของ Thai PBS และ สสส.

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่าคณะกรรมาธิการได้ติดตามคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยเชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธร 6 จังหวัด (นครนายก นครราชสีมา พัทลุง เพชรบูรณ์ สตูล และศรีสะเกษ) เข้าชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหาสำคัญ 3 รายได้รับการปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดฝากขังสูงสุด 7 ผัด หรือ 84 วัน ซึ่งผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านกรอบเวลาฝากขังและประเด็นเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157 ในชั้นตำรวจ โดยเมื่อสำนวนส่งมายัง ป.ป.ช. เหลือเวลาฝากขังต่อได้อีก 3 ผลัด ซึ่งไม่เพียงพอต่อกระบวนการไต่สวน ทั้งนี้ หากพบการหลบหนีจะดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ปัจจุบัน ป.ป.ช. ตั้งทีมไต่สวน 7 ทีม สอบปากคำแล้วกว่า 1,000 ปาก และยังไม่มีการกันบุคคลใดไว้เป็นพยาน โดยตั้งเป้าแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 รายพร้อมกันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน หลังพบข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายนายหน้าเพิ่มเติม ขณะที่สำนวนจาก บก.ปปป. ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2 ราย มีข้อมูลเส้นทางการเงินตามสำนวนรวม 55 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการยังรวบรวมข้อมูลคดีจากจังหวัดสตูล ศรีสะเกษ พัทลุง นครราชสีมา นครนายก และเพชรบูรณ์ พร้อมประสานให้ ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบโทรศัพท์ของกลางที่ยึดได้ในจังหวัดสตูล เพื่อขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะรวบรวมหลักฐานจากทั่วประเทศส่งให้ ป.ป.ช. เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตร ปปร. ของสถาบันพระปกเกล้า นายอาสพลธ์ เผยว่าผู้แทนสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์รายงานว่า คดีที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็น 2 สำนวน ได้แก่ กรณีกล่าวอ้างถึงการส่งมอบเงินแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่สโมสรราชพฤกษ์ ซึ่งอยู่ในท้องที่ สน.ทุ่งสองห้อง และกรณีเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแจ้งความผู้ร้องในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยขณะนี้สอบปากคำแล้ว 4 ปาก และอยู่ระหว่างสอบพยานสำคัญเพิ่มเติม ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะความเป็นข้าราชการตำรวจและการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีกรอบดำเนินการ 60-120 วัน ขณะที่ตำรวจได้ส่งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบ คาดว่าจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนเชิญผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการอีกครั้ง

นายอาสพลธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวันที่ 22 ตุลาคม 2569 จะติดตามการใช้จ่ายเงินและการจัดซื้อจัดจ้างของ Thai PBS ตามข้อมูลและข้อสังเกตจากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงศึกษาการใช้จ่ายเงินและผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยจะเชิญสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อไป

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง