นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทราว่า ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักและอาจต้องอาศัยอยู่กับน้ำขังนานถึง 2 เดือน ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) แม้จะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง แต่กลับต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญ ทั้งเรื่องงบประมาณ ทรัพยากร และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การระบายน้ำต้องทำอย่างจริงจัง ต้องระดมเครื่องสูบน้ำจากส่วนกลางและจากภาคอื่น ซึ่งขณะนี้การใช้งบภัยพิบัติในระดับจังหวัดยังถูกนำมาใช้ค่อนข้างน้อย ท้องถิ่นหลายแห่งขาดแคลนอุปกรณ์ เครื่องมือ และเรือ แต่ไม่สามารถจัดซื้อได้ทันท่วงทีเพราะติดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น กระทรวงมหาดไทย จังหวัด และอำเภอ ต้องเร่งเข้ามาสนับสนุน พร้อมกันนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบกลางให้เพียงพอกับสถานการณ์และความจำเป็น เพื่อจัดซื้อหรือนำเข้าเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการระดมเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่จากพื้นที่อื่น โดยหากใช้เครื่องสูบน้ำของประชาชน ภาครัฐควรสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงด้วย
นายจาตุรนต์ ยังได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการวิกฤต โดยให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกันระหว่าง อบต. กระทรวงสาธารณสุข กรมชลประทาน ฝ่ายปกครอง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเชื่อมโยงการทำงานและการบัญชาการตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ไปจนถึงส่วนกลาง ซึ่งจะช่วยรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และทั่วถึง
นายจาตุรนต์ ได้ยกกรณีตัวอย่างในพื้นที่ว่า มีประชาชนจำต้องย้ายไปพักพิงในเขตตำบลหรืออำเภอข้างเคียง ทำให้เกิดปัญหาความซ้ำซ้อนและลังเลเรื่องเขตรับผิดชอบของ อบต. ในการช่วยเหลือและเยียวยา จึงอยากให้มีการผ่อนผันและปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการทำงานช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต มากกว่าจะเป็นอุปสรรคขัดขวางจนเจ้าหน้าที่ไม่กล้าดำเนินการใดๆ ซึ่งการสั่งการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยกว่า 20 จังหวัด ต้องคิดในสเกลใหญ่รวบรวมข้อมูลให้รวดเร็วทั้งระบบ ออกมาตรการที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือต้องกล้าใช้งบประมาณอย่างรวดเร็วและตรงจุด
คริส พุทธชาติ /ข่าว (แฟ้มภาพ)
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
เฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย /ภาพ
