นายบดี เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสระแก้ว พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงผลกระทบและแนวทางการฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย (น้ำท่วม) ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาจะลดลงแล้ว แต่ความเสียหายในพื้นที่ยังคงอยู่ ซึ่งจากการสรุปข้อมูลพบประชาชนได้รับผลกระทบรวม 16,197 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 243,273 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ โดยจากการที่ตนได้ลงพื้นที่สำรวจพบว่าหลายครอบครัวยังต้องซ่อมแซมบ้านเรือน บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง และมีชาวบ้านที่เดือดร้อนจริงแต่ติดเงื่อนไขทางเอกสารจนเข้าไม่ถึงระบบการเยียวยา นายบดีจึงได้เสนอข้อเรียกร้องฝากถึงรัฐบาลใน 3 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นแรก การเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็วและอย่าให้เรื่องเอกสารเป็นอุปสรรคจนทำให้ผู้เดือดร้อนตกหล่น โดยเฉพาะกรณีบ้านที่อยู่อาศัยจริงแต่ไม่มีเลขที่บ้าน ทำให้ติดปัญหาในการยืนยันสิทธิ ตนจึงขอเสนอให้จังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือคนที่ควรได้รับอย่างแท้จริง
ประเด็นที่สอง การทบทวนและผ่อนปรนการเยียวยาเกษตรกร จากการสำรวจพบเกษตรกรบางส่วนที่ลงทะเบียนไว้ แต่ปลูกพืชไม่ตรงกับที่แจ้ง ทำให้เสี่ยงจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ ตนจึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดช่องทางตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเสียสิทธิเพียงเพราะข้อมูลลงทะเบียนไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงกับพืชที่ปลูกจริง
และประเด็นที่สาม การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาระยะยาว ขอให้เร่งดูแลสุขอนามัยของประชาชนหลังน้ำลด และเดินหน้าแก้ไขปัญหาคลองพระสทึงแบบเต็มระบบ
นอกจากนี้ นายบดี กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า แม้น้ำจะลดลงแล้วแต่ความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่จบลง รัฐบาลต้องเยียวยาให้ทั่วถึง ฟื้นฟูให้ทันท่วงที และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
แฟ้มภาพ
