นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดปัตตานี กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยผลักดันระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเปลี่ยนจากการรับมือแบบตั้งรับมาเป็นการบริหารจัดการเชิงรุก ช่วยลดภาระงบประมาณและทำให้การเยียวยาประชาชนรวดเร็ว ทั่วถึงยิ่งขึ้น
นายคอซีย์ กล่าวอีกว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเกิดภัยพิบัติ จึงได้เสนอแผนปฏิบัติการเชิงรุก 5 ข้อ ให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ได้แก่ 1.ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ต้องมีความแม่นยำ เข้าใจง่าย และส่งตรงถึงมือประชาชนโดยตรง 2.ศูนย์อพยพล่วงหน้า ต้องสำรวจและกำหนดพิกัดชัดเจน รองรับทั้งพื้นที่ปลอดภัยของประชาชน พื้นที่จอดรถ และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงรวมทั้งสัตว์ทางการเกษตร 3.ปลดล็อกส่วนราชการ ให้อำนาจและคำสั่งเด็ดขาดแก่หน่วยงานในพื้นที่ นำอาคาร เครื่องมือ บุคลากร และงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้ทันที โดยถือเป็นวาระเร่งด่วน 4. คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง จัดทำแผนเฉพาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็ก พร้อมขึ้นทะเบียน จัดเตรียมยานพาหนะยกสูง เวชภัณฑ์ และอาหารสำรองไว้ล่วงหน้า และ 5. ความต่อเนื่องของสาธารณูปโภค วางแผนสำรองระบบไฟฟ้าในจุดสำคัญ อาทิ โรงพยาบาล สถานีสูบน้ำ และศูนย์พักพิง รวมถึงจัดเตรียมโครงข่ายสื่อสารสำรองเพื่อป้องกันปัญหาตัดขาดการติดต่อ
นายคอซีย์ กล่าวว่า ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ไม่อาจรอเวลาได้ การเตรียมแผนเชิงรุกคือหัวใจสำคัญในการลดความสูญเสีย ซึ่งตนและ สส. ในพื้นที่พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
