ปชป. ขอรัฐบาลชี้แจงสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ -มาตรการคุ้มครองเกษตรกร ปม UPOV 1991 ในการเจรจา FTA ไทย-อียู

คณรัตน์ ยินดีมิตร

12 ต.ค. 2569 12:09 น.192 ครั้ง
แชร์LINE
ปชป. ขอรัฐบาลชี้แจงสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ -มาตรการคุ้มครองเกษตรกร ปม UPOV 1991 ในการเจรจา FTA ไทย-อียู

12 ต.ค.69 - พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องรัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนใน 4 ประเด็น ก่อนลงนาม FTA ไทย-อียู โดยเฉพาะข้อตกลง UPOV 1991 ชี้ อาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและทุนทรัพย์ระหว่างนายทุนกับเกษตรกรรายย่อย หวังได้รับคำยืนยันการเจรจาจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และเกษตรกร เป็นสำคัญ

นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแสดงห่วงใยต่อกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะประเด็นความตกลงว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV 1991 (International Convention for the Protection of New Varieties of Plants) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม โดยกล่าวว่า UPOV 1991 เปรียบเสมือนกฎหมายลิขสิทธิ์พันธุกรรมพืชระดับสากล แม้เจตนาแรกเริ่มจะออกแบบมาเพื่อคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนคิดค้น แต่ข้อกังวลที่แท้จริงของสังคมไม่ใช่เรื่องการคุ้มครองการคิดค้นใหม่ หากแต่เป็นความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและทุนทรัพย์

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลตอบคำถามและสร้างความชัดเจนใน 4 ประเด็นสำคัญ ก่อนที่จะลงนาม ได้แก่

1. กลไกการตัดสินข้อพิพาทอย่างเป็นธรรม เมื่อเกิดคดีความระหว่างนายทุนกับเกษตรกรรายย่อย รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกษตรกรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบจากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียม

2. ขอบเขตการเก็บและขยายพันธุ์พืช รัฐบาลจะใช้ข้อยกเว้นของ UPOV 1991 ในการรับรองสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อในฤดูกาลถัดไปอย่างไร ต้นทุนการเกษตรและค่าครองชีพของประชาชนจะพุ่งสูงขึ้นหรือไม่

3. การส่งเสริมนักวิจัยไทยและปกป้องพันธุกรรมท้องถิ่น การยกระดับการคุ้มครองสิทธิต้องไม่เป็นการเสิร์ฟประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเอื้อให้นักวิจัยไทยแข่งขันได้ และมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing) จากทรัพยากรชีวภาพและพันธุ์พืชพื้นเมืองอย่างเหมาะสม

และ 4. กระบวนการมีส่วนร่วมและการเปิดเผยข้อมูล รัฐบาลต้องเปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบอย่างตรงไปตรงมา และจัดรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ใช่การตัดสินใจรวบรัดกันเองในกลุ่มผู้มีอำนาจ

นางสาววีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องเมล็ดพันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อปากท้อง อาชีพ และค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ ประชาชนไม่ควรตัดสินใจบนพื้นฐานของความกลัว แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ต้องไม่เร่งรัดผลักดันข้อตกลงในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความคลางแคลงใจ พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยและเกษตรกรอย่างไรในการเจรจาครั้งนี้

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง