ปธ.รัฐสภา นำบุคลากรรัฐสภาสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

ณัฐพล สงวนทรัพย์

12 ต.ค. 2569 18:00 น.1 ครั้ง
แชร์LINE

12 ต.ค.69- ประธานรัฐสภา นำบุคลากรรัฐสภาสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 606 ชั้น 6 อาคารรัฐสภา

ในการนี้ พระศรีวัชรโสภณ (จิต เขมจิตฺโต ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นองค์แสดงธรรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมพิธีได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันบำเพ็ญจิตตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปด้วยความสงบและสำรวม ผู้เข้าร่วมพร้อมใจกันแต่งกายโทนสีขาว และร่วมสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โดยมีพระศรีวัชรโกวิท (ใจ เขมจิตฺโต ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นองค์แสดงธรรม ว่ากิจกรรมครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา หรือ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 3 คือ ทานมัย ศีลมัย ภาวนามัย

พร้อมกันนี้พระศรีวัชรโกวิท ได้กล่าวถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าทรงเป็นศูนย์รวมใจ ศูนย์รวมการพัฒนา และศูนย์รวมพลัง การที่พระองค์เป็นศูนย์รวมใจเพราะเวลาที่บ้านเมืองประสบภัยพิบัติต่างๆ หรือเวลาที่บ้านเมืองมีความสุขสงบจะมีพระองค์ทรงเป็นเสาหลัก เช่น ปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ทุกคนจะระลึกถึงพระองค์เป็นสิ่งแรกซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูโครงการในพระราชดำริ พระราชกรณียกิจ และ พระราชดำรัส พสกนิกรทุกคนจะนึกถึงคุณูปการที่องค์ทรงมีต่อประเทศ

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยังทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความสามัคคี และความกตัญญูของปวงชนชาวไทย โดยตลอดรัชสมัยของพระองค์ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ก่อให้เกิดความรักและความจงรักภักดี ตลอดจนความเป็นปึกแผ่นและความสามัคคีในหมู่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกร ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูผ่านการทำความดีและการดำเนินตามแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

พร้อมกันนี้ พระศรีวัชรโกวิท ได้เน้นย้ำถึงหลักธรรมมะเป็นแกนกลางในการพัฒนาประเทศ โดยไม่แบ่งแยกบุคคล เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความสามัคคี และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ