นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยพลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะ ให้การต้อนรับ ดร.บัดร์ อับเดลอาฏี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวข้องกับธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวว่า ตนยินดีที่ได้ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยไทยและอียิปต์มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี และอียิปต์เป็นประเทศแรกในกลุ่มอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย ทั้งสองประเทศมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ที่ได้แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งสร้างความโศกเศร้าแก่ประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ขอขอบคุณรัฐบาลอียิปต์ที่ให้การต้อนรับนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองของไทยในการเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเห็นว่าการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐสภาจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจและขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
ประธานรัฐสภา กล่าวด้วยว่า ตนเห็นด้วยกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลและการผลิตเสื้อผ้า ซึ่งเป็นโอกาสที่ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศจะต่อยอดความร่วมมือและขยายตลาดร่วมกันได้ นอกจากนี้ ยังต้องการให้ผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยและอียิปต์เดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น
ประธานรัฐสภา ระบุว่า อียิปต์เป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ มีแหล่งโบราณสถานและพีระมิดที่มีชื่อเสียงระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย หากสามารถเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างกันได้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการพิจารณาความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงไคโร
ทั้งนี้ ในอดีตไทยและอียิปต์เคยมีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน ก่อนที่การเดินทางจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงหวังว่า เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ คลี่คลายลง การเดินทางระหว่างประเทศจะสะดวกมากขึ้น และเอื้อต่อการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต พร้อมยืนยันว่า รัฐสภาไทยพร้อมสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน พร้อมขอบคุณรัฐบาลอียิปต์ที่สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน และส่งเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างไทยกับอียิปต์
ด้าน ดร.บัดร์ อับเดลอาฏี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ กล่าวว่า อียิปต์พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับไทยในหลายมิติ ทั้งการค้า การลงทุน อุตสาหกรรมฮาลาล อุตสาหกรรมแปรรูป ตลอดจนการศึกษาและวัฒนธรรม โดยเห็นว่าอียิปต์มีศักยภาพเป็นฐานการผลิตและประตูเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ตลาดแอฟริกาและยุโรป เนื่องจากมีความตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ
ดร.บัดร์ อับเดลอาฏี ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทไทยเข้าไปลงทุนในอียิปต์แล้ว รวมถึงธุรกิจผลิตเสื้อผ้ากีฬาเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้ อียิปต์ยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษา โดยมีนักศึกษาไทยเดินทางไปศึกษาในอียิปต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเข้าใจด้านศาสนา วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมแสดงความยินดีต่อนายโสภณ ซารัมย์ ในโอกาสดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา และหวังว่าจะมีโอกาสต้อนรับประธานรัฐสภาไทยในการเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการในอนาคต