ปชป. ปรับแพลตฟอร์มจับตา รับข้อมูลราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม เสนอ 5 มาตรการลดค่าครองชีพ-ฟื้นการผลิตอาหาร

ทัดดาว ทองอิ่ม

15 ต.ค. 2569 14:32 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
ปชป. ปรับแพลตฟอร์มจับตา รับข้อมูลราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม เสนอ 5 มาตรการลดค่าครองชีพ-ฟื้นการผลิตอาหาร

15 ต.ค. 69 - พรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาแพลตฟอร์มจับตา แจ้งพื้นที่ภัยพิบัติ–ราคาสินค้า พร้อมเสนอรัฐคุมราคาขายปลีก แก้ปัญหาขนส่ง ฟื้นผลผลิตเกษตร เยียวยาผู้ประสบภัย และเติมสภาพคล่องผู้ประกอบการ หลังน้ำท่วมกระทบห่วงโซ่อาหารและค่าครองชีพ

นายกรณ์ จาติกวณิช ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นางสาววิเวียน จุลมนต์ ทีมส่องรัฐ และ Bluehourse พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจ เพื่อชี้ผลกระทบจากอุทกภัยช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 ต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารของประเทศ พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงรุกต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นางสาววิเวียน ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบ้านเรือน แต่กำลังกระทบห่วงโซ่อุปทานอาหารทั้งระบบ โดยผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญถูกน้ำท่วมขัง ปริมาณวัตถุดิบป้อนเข้าสู่ตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เส้นทางขนส่งหลักและสายรองในหลายจังหวัดถูกตัดขาด ต้นทุนการขนส่งพุ่งสูงขึ้นและการกระจายสินค้าล่าช้า ปัญหาคอขวดนี้กระทบค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นในขณะที่ประชาชนกำลังขาดรายได้ และในระยะกลางยังอาจกระทบการส่งออกด้วย เนื่องจากการผลิตก็สะดุดได้หากวัตถุดิบเข้าโรงงานไม่ทัน

ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ พบว่า กว่า 3.25 ล้านตัว ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี เฉพาะฉะเชิงเทรามีฟาร์มได้รับผลกระทบ 14 ฟาร์ม เสียหาย 100% จำนวน 3 ฟาร์ม คาดว่าไข่ไก่หายไปจากระบบราว 2.2–2.5 ล้านฟองต่อวัน จากการบริโภครวม 42–43 ล้านฟองต่อวัน (ราว 5–6%) ขณะที่ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดัชนีภาวะค่าครองชีพปัจจุบันลดลงเหลือ 18.3 สะท้อนความกังวลอย่างหนักต่อภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันดีเซลขึ้นเกิน 40 บาท/ลิตร

ด้าน ดร.การดี ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” ที่ออกแบบและพัฒนาใหม่ให้ตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤต เป็นพื้นที่กลางให้ประชาชนรายงานสถานการณ์ แจ้งเหตุ และตรวจสอบความผิดปกติในสังคมได้ทันที โดยสามารถแจ้งพิกัดพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้เห็นภาพความเดือดร้อนจริงรายพื้นที่ รายงานราคาสินค้าที่ซื้อจริง โดยเฉพาะอาหารจำเป็น เช่น ผัก ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์ แจ้งเบาะแสการฉวยโอกาสขึ้นราคา สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไม่เป็นธรรม ติดตามสถานการณ์ ผ่านข้อมูลที่รวบรวมจากประชาชนทั่วประเทศ

สำหรับข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์นำไปผลักดันเป็นนโยบาย และแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที โดยข้อมูลภาคสนามจะช่วยปิดช่องว่างสำคัญของระบบปัจจุบัน ที่รัฐติดตามราคาจากตลาดค้าส่งส่วนกลางเป็นหลัก ขณะที่ราคาที่ประชาชนจ่ายจริงในตลาดสดต่างจังหวัดและร้านอาหารรายย่อยอาจสูงกว่ามาก

ดร.การดี กล่าวอีกว่า แพลตฟอร์ม “จับตา” จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือรับเรื่องร้องทุกข์ แต่คือกลไกสำคัญที่เปลี่ยนเสียงของประชาชนให้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven) เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนที่แท้จริงได้ ช่องทางเข้าใช้งาน: https://chapta.democrat.or.th/

ขณะที่นายกรณ์ เสนอข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาลและอุดช่องว่างจากมาตรการรัฐที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ 1. เปิดข้อมูลราคาอาหารขายปลีกรายจังหวัดทุกวัน และกำหนดเกณฑ์แทรกแซงที่ชัดเจน เผยแพร่ราคาขายปลีกอาหารจำเป็นรายจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยเป็นข้อมูลเปิดและกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้าว่าเมื่อราคาสูงผิดปกติ รัฐต้องดำเนินมาตรการภายในกี่ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลจากประชาชน รวมถึงแพลตฟอร์ม "จับตา" ประกอบการตรวจสอบ พร้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้ากำไรเกินควรอย่างจริงจัง

2. วางแผนเผื่อการขาดแคลนของวัตถุดิบอาหาร ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์จัดทำฐานข้อมูลอุปทาน-อุปสงค์วัตถุดิบเดียวกัน ระบุพืช พื้นที่ ปริมาณ และกำหนดเก็บเกี่ยว เปิดให้โรงงาน ตลาดกลาง และ SMEs เข้าถึง อุดหนุนค่าขนส่งชั่วคราว 60 วันสำหรับเส้นทางจากแหล่งผลิตนอกพื้นที่น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และจัดตั้งศูนย์บูรณาการโลจิสติกส์เฉพาะกิจร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเปิดเส้นทางขนส่งพิเศษและป้องกันสินค้าขาดแคลน

3. ฟื้นการผลิตต้นน้ำ สนับสนุนเกษตรกรผักอายุสั้นที่ได้รับผลกระทบด้วยเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และค่าเตรียมดิน ให้กลับมาปลูกได้เร็วที่สุดหลังน้ำลด และช่วยฟาร์มไก่ไข่ที่เสียหายด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือการจัดสรรไก่รุ่นผ่านกรมปศุสัตว์

4. เร่งประเมินและจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรด้วยระบบดิจิทัล ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ประเมินความเสียหายพื้นที่เกษตร โดยไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารซ้ำ ประกาศกรอบเวลาจ่ายเงินที่ชัดเจน และโอนเงินเยียวยาถึงเกษตรกรต้นน้ำทันทีที่น้ำลด

5. เติมสภาพคล่องให้ SMEs อาหารและร้านอาหารรายย่อยแบบผูกกับคำสั่งซื้อจริง ให้ธนาคารรัฐออกสินเชื่อระยะสั้นโดยใช้คำสั่งซื้อที่มีอยู่เป็นหลักประกัน ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเพิ่มสำหรับพื้นที่ประสบภัย และพักชำระหนี้ตามผลกระทบจริง เพื่อไม่ให้ร้านค้าและผู้ผลิตรายย่อยต้องส่งต่อต้นทุนเป็นราคาอาหารที่สูงขึ้นแก่ผู้บริโภค

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง