พรรคประชาธิปัตย์ ค้านปรับแหล่งรายได้ สสส.- (Thai PBS) ย้ำต้องรักษาความเป็นอิสระ

คริส พุทธชาติ

21 ต.ค. 2569 16:07 น.0 ครั้ง
แชร์LINE
พรรคประชาธิปัตย์ ค้านปรับแหล่งรายได้ สสส.- (Thai PBS) ย้ำต้องรักษาความเป็นอิสระ

21 ต.ค. 69 - หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับหนังสือเครือข่ายแรงงานและภาคประชาสังคม ขอให้ร่วมคัดค้านร่างกฎหมายปรับแหล่งรายได้ 4 องค์กรและกองทุน ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ สสส. และไทยพีบีเอสพึ่งงบประมาณรายปี ห่วงกระทบความเป็นอิสระและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ส่วนกองทุนผู้สูงอายุและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังอยู่ระหว่างศึกษาหารือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ รับหนังสือจากเครือข่ายแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายรัฐสวัสดิการที่เป็นธรรม นำโดย นายบัณฑิต แป้นวิเศษ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมคัดค้านและผลักดันให้ผู้เสนอถอนร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่เสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับแหล่งรายได้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จากกลไกเงินบำรุงที่เรียกเก็บเพิ่มจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ไปสู่การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนและแรงงานหญิง กล่าวว่า ที่ผ่านมากองทุนต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของแรงงานหญิงและผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรง เนื่องจากกลไกการดูแลของภาครัฐในปัจจุบันยังไม่สามารถครอบคลุมและรองรับผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างทั่วถึง การได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนทำให้ผู้หญิงและแรงงานกลุ่มนี้สามารถพัฒนาศักยภาพตนเองจนเข้มแข็ง และกลับมาร่วมพัฒนาพร้อมช่วยเหลือสังคมได้อีกครั้ง ดังนั้นทางเครือข่ายจึงมีข้อเรียกร้องต่อพรรคประชาธิปัตย์ 4 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้แสดงจุดยืนในการคัดค้านและถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งมีบทบัญญัติลดทอนความมั่นคงของงบประมาณ 2. ขอพิจารณาทบทวนหรือยุติการผลักดันบทบัญญัติที่ก่อให้เกิดผลกระทบดังกล่าวต่อระบบสุขภาพและการเข้าถึงสื่อสาธารณะ รวมถึงเรียกร้องให้ใช้กลไกการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและความโปร่งใส โดยไม่ลดทอนความเป็นอิสระ 3. ขอให้พิจารณาเน้นความสำคัญในเชิงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแรงงานหญิง แรงงานนอกระบบรายได้น้อย และครอบครัว และ 4. ขอให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรค พิจารณาอย่างเร่งด่วนในประเด็นผลกระทบต่อแรงงานในสถานประกอบการ แรงงานนอกระบบ และแรงงานผู้มีสถานะบุคคล จากร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแหล่งรายได้ของ สสส. และไทยพีบีเอสให้ต้องขอรับงบประมาณรายปี โดยเห็นว่าข้อบกพร่องในการบริหารงานสามารถปรับปรุงและตรวจสอบได้ โดยยังรักษาหลักประกันความเป็นอิสระและความมั่นคงทางรายได้ ส่วนกองทุนผู้สูงอายุและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พรรคยังอยู่ระหว่างศึกษาหารือถึงความจำเป็นของกลไกรายได้ดังกล่าว พร้อมติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายและประสานความร่วมมือกับภาคประชาชนต่อไป

คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง