นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หรือโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) โดยสอบถามถึงสิทธิ์ผู้เข้าร่วมโครงการ กรณีเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าอาศัยอยู่คนละจังหวัดกับสถานที่ติดตั้ง รวมถึงราคากลาง อุปกรณ์และเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุน 50,000 บาท ตลอดจนการขอสินเชื่อของผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีรายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) พร้อมสอบถามมาตรการป้องกันมิจฉาชีพ การคืนเงินค้ำประกันผู้ประกอบการ และการดูแลซ่อมบำรุงระบบตลอด 7 ปี
ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ ชี้แจงว่า ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีชื่อตรงกับมิเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้งานจริง หากชื่อมิเตอร์ในต่างจังหวัดเป็นของตนเอง สามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที ส่วนกรณีมิเตอร์เป็นชื่อพ่อ แม่ หรือภรรยา สามารถขอเปลี่ยนชื่อได้ที่การไฟฟ้าทุกสาขา โดยกระทรวงมหาดไทยกำชับให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 วัน จากเดิมที่อาจใช้เวลา 1–2 เดือนสำหรับราคาประเมินกลางของการไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 140,000 บาท ครอบคลุมอุปกรณ์ครบวงจร แต่ประชาชนสามารถเลือกผู้ประกอบการในบัญชีรายชื่อที่ผ่านการคัดเลือก (Vendor List) ตามราคาและเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยต้องติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป จึงจะได้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท หลังการไฟฟ้าตรวจสอบความปลอดภัยและเชื่อมต่อระบบเรียบร้อยแล้ว ส่วนการขอสินเชื่อ มีธนาคารรัฐเข้าร่วม 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่พิจารณาจากประวัติการชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงสินเชื่อได้
นายพลพีร์ ยืนยันว่า โครงการไม่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำจากประชาชน หากมีการเรียกเก็บถือว่าผิดเงื่อนไข ขณะที่ผู้ประกอบการต้องวางหลักประกัน 50,000 บาท เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ประชาชน โดยการไฟฟ้าจะคืนเงินเมื่อเชื่อมต่อระบบแล้ว พร้อมกำชับให้ดำเนินการภายใน 7 วัน หรือไม่เกิน 10 วัน ส่วนหลักประกัน 10,000 บาท มีไว้รับรองการดูแล ซ่อมบำรุง และซื้อประกันอุปกรณ์ตลอด 7 ปี ทั้งนี้ การติดตั้งโซลาร์ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 600 หน่วยต่อเดือน ช่วยประหยัดค่าไฟประมาณ 2,400 บาทต่อเดือน หากใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน หรือขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ตามสัญญารับซื้อระยะเวลา 20 ปี เพื่อสร้างรายได้คืนกลับสู่ครัวเรือนได้ อย่างไรก็ตามต้องการส่งเสริมให้ครัวเรือนที่ปัจจุบันต้องชำระค่าไฟฟ้าอยู่ที่เดือนละ 3,000 – 4,000 บาท ต่อเดือน หันมาร่วมโครงการฯ ดังกล่าวเนื่องจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าได้ทันที
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
