นายรณกาจ ชินสำราญ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐ แต่มีข้อกังวล เรื่อง การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในโครงการนี้ว่าเสี่ยงขัดต่อมาตรา 140 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และขัดมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 ที่ระบุว่า หากใช้เงินที่ไม่ได้เป็นไปตามงบประมาณปกติ จะทำได้กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น แต่วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาด้วยความรอบคอบ
นายรณกาจ กล่าวด้วยว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน จะเป็นการซื้อเวลาหรือไม่ เพราะต้องทำตามนโยบายที่พรรคของตนเคยหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่ผลกระทบ คือ คนไทยทั้งประเทศต้องมาร่วมกันแบกรับหนี้ดังกล่าวในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจจะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะตามมา ส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาวแล้ว ยังอาจจะเป็นปัจจัยให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้นตามไปด้วย
นายรณกาจ กล่าวด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยมองว่าปัญหาที่สำคัญของประเทศในระยะใกล้นี้ คือ การที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่จำนวนคนในวัยทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และรัฐบาลต้องรับภาระการใช้จ่ายทางด้านสวัสดิการและสาธารณสุขผู้สูงวัยที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณอย่างมีคุณภาพ และให้ความสำคัญในเรื่องมาตรการรองรับสังคมผู้สูงวัยเป็นลำดับแรก ดังนั้น รัฐบาล ต้องรับฟังเสียงของผู้เห็นต่างเพื่อนำมาพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขนโยบายให้การกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้เงินภาษีของประชาชนมหาศาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง