นางกัลยา ใหญ่ประสาน รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่ พันตำรวจโท สง่า ส่งมหาชัย นายมังกร ศรีเจริญกูล นายสุทิน แก้วพนา นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล และ ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ ลงพื้นที่รับฟังประเด็นปัญหา ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากประชาชน รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญของจังหวัดลำปาง โดยมี นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง
คณะกรรมการฯ ได้รับฟังรายงานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีการนำเสนอโครงการ “Burn 2 Earn : วังเหนือโมเดล” ของมูลนิธิปชาอุ่นใจ ซึ่งเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรและเชื้อเพลิงในป่าที่มักถูกเผา ให้เป็นวัตถุดิบสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อาทิ การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล ปุ๋ยอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้รับฟังความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองลำปาง (วงแหวนตะวันออก) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมืองลำปาง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการเดินทาง และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต รวมทั้งได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการแพะ–แกะ ล้านนา ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ เพื่อนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขปัญหาผ่านกลไกของวุฒิสภาต่อไป
ภายหลังการประชุม คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองลำปาง ก่อนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพตเพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการ “การทำป่าเปียก” ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นการกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงและสร้างแนวกันไฟตามธรรมชาติเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าและลดโอกาสการเกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามโครงการติดตั้งระบบกล้อง CCTV อัจฉริยะในพื้นที่ดอยพระบาทและพื้นที่ป่าอนุรักษ์โดยรอบ ซึ่งจังหวัดลำปางได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการติดตั้งกล้องเฝ้าระวังที่สามารถตรวจจับกลุ่มควัน ความร้อน และความเคลื่อนไหวผิดปกติได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์เฝ้าระวังและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) และลดความเสียหายจากไฟป่าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และตอบสนองความต้องการของประชาชนผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในทุกระดับอย่างยั่งยืน
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ