1 ธ.ค. 67 – อนุ กมธ.ด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน วุฒิสภา ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการจ้างงาน การให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม เผยจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล สร้างมาตรการคุ้มครองและควบคุมไรเดอร์และผู้บริโภค

image

               พันตำรวจโท สุริยา บาราสัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการส่งเสริมการจ้างงาน การให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสื่อกลางทางออนไลน์จำนวนมาก ครอบคลุมลักษณะและประเภทธุรกิจที่หลากหลาย มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคคล 4 ประเภท คือ ผู้ใช้บริการอื่น ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ประกอบธุรกิจ (Ride sharing) มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลประกอบธุรกิจต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมและกรมการขนส่งทางบกตามที่กฎหมายกำหนด เช่น คนขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะมาให้บริการเท่านั้น จัดเก็บค่าโดยสารและค่าบริการอื่นตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบันผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ขับขี่ยานพาหนะที่มีการเรียกใช้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่มีฐานข้อมูลผู้ขับขี่จากการให้บริการประเภทนี้ ดังนั้น เมื่อเกิดความเสียหายบริษัทอาจใช้โอกาสนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการ โดยให้เจ้าของรถเป็นผู้รับผิดชอบเอง เช่นเดียวกับไรเดอร์ ต้องมีหน้าที่แจ้งข้อมูลตามคำสั่งซื้อของผู้ใช้บริการเท่านั้น ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับผู้ประกอบการเป็นเสมือนหุ้นส่วนหรือพาร์ทเมอร์เท่านั้น ไม่มีสถานะเป็นนายจ้างลูกจ้างตามกฎหมาย เมื่อเกิดความเสียหายผู้บริโภคสามารถทำได้เพียงแจ้งผ่านช่องทางรับร้องเรียนบนแพลตฟอร์มเท่านั้น โดยมาตรการของบริษัทที่มีต่อไรเดอร์ขึ้นอยู่กับประเภทความผิด อาทิ การตัดคะแนนพฤติกรรมจนถึงการยกเลิกสัญญากับแพลตฟอร์ม การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถครอบคลุมไปถึงกรณีดังกล่าวได้ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานควรเข้ามากำกับดูแล เพื่อลดปัญหาและสร้างมาตรการคุ้มครองและควบคุมทั้งในส่วนไรเดอร์และผู้บริโภค ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้ว กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมแรงงานอิสระ พ.ศ. .... และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ในสถานะรอการพิจารณา เพื่อนำเสนอรัฐบาลชุดปัจจุบันพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับชื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายครั้งจึงไม่แน่ใจว่าปัจจุบันใช้ชื่อร่างพระราชบัญญัติใด

                ภายหลังการพิจารณา คณะอนุ กมธ.ได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวางและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งได้เสนอแนะให้แต่ละหน่วยงานแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานต่อไป ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นและข้อมูลของหน่วยงานถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทางคณะอนุ กมธ.จะนำไปรวบรวม เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลในโอกาสต่อไป

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

อนุ กมธ.ด้านการสวัสดิการฯ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ