ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ในวาระที่ 2 และ 3 โดยในชั้นพิจารณารายมาตรา ทั้งชื่อร่าง คำปรารภ และเนื้อหาทั้ง 5 มาตรา ไม่มีการแก้ไข ก่อนลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียง 449 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง พร้อมมีมติเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ และมอบให้สภาผู้แทนราษฎรส่งรายงานพร้อมข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีสาระสำคัญเป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 118 หน่วยงาน รวมวงเงินประมาณ 10,284.06 ล้านบาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์เร่งด่วน อาทิ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่าการโอนงบประมาณครั้งนี้มีความจำเป็น เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้จ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไปแล้วเป็นจำนวนมาก และอาจเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสาธารณภัยเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ จึงจำเป็นต้องเติมวงเงินงบกลางเพื่อรองรับการแก้ไข ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญยังมีข้อสังเกตเสนอให้สำนักงานงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกำหนดมาตรการป้องกันปัญหาเงินงบประมาณตกพับหรือการโอนงบซ้ำซ้อน ทบทวนขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งนำข้อมูลผลการเบิกจ่ายและผลการดำเนินงานจริงมาประกอบการจัดทำงบประมาณในปีต่อไป เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และภายหลังที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวแล้ว จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง