ในการประชุมวุฒิสภา นายแพทย์ เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องปัญหาการว่างงานและการจ้างงาน ว่า ปัจจุบันสถิติการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นถึง 0.90% หรือคิดเป็นผู้ว่างงาน 390,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.88% ในช่วงเวลาเดียวกัน และเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสที่ผ่านมา เป็นแนวโน้มที่น่ากลัว โดยผู้ว่างงานปัจจุบันเป็นผู้ที่เคยมีงานทำมาก่อน ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งนอกประเทศ เช่น สงครามตะวันออกกลาง ภาวะน้ำมันแพง กระทบต่อกลุ่มเปราะบาง ที่กลายเป็นผู้ว่างงานระยะยาวเกิน 1 ปี ถึง 27% และ 3% เป็นผู้เสมือนว่างงาน ทำงานที่ไม่เต็มเวลา และ 17.8% เป็นการว่างงานแฝง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันค่าแรงก็ลดลงสวนทางค่าครองชีพ และยังพบว่าคนไทยต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับไม่เพิ่ม เฉลี่ยเวลาทำำงาน 40.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และกว่า 6.1 ล้านคน ต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อให้มีเงินเพียงพอเลี้ยงชีพ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ภูมิทัศน์แรงงานเปลี่ยนไป มีการประมาณการตัวเลขแรงงานกว่า 8.7 ล้านคน ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI
นายแพทย์ เปรมศักดิ์ ตั้งคำถามว่ากระทรวงแรงงานมีนโยบายใดบ้างที่จะแก้ปัญหาการว่างงาน ค่าจ้างที่ลดลง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการเข้ามาแทนที่ของ AI
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ตัวเลขการว่างงานของไทยยังไม่อยู่ในจุดที่เป็นอันตราย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนว่างงานไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่ว่าง เป็นปัญหาของ skill sets กับความต้องการของตลาดที่ไม่ตรงกัน ซึ่งต้อง upskill และ reskill ต้องพัฒนาทักษะงานใหม่ ๆ ซึ่งกระทรวงแรงงานมีนโยบายที่ค่อนข้างครอบคลุม โดยสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่านมา ที่ทำให้ตลาดแรงงานหลักในต่างประเทศติดขัด แต่ตอนนี้เกือบกลับสู่สภาวะปกติแล้ว
ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานยังเร่งสร้างความหลากหลายของตลาดแรงงานในต่างประเทศ ไม่ใช่เพียงการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลัก โดยจะเพิ่มตลาดงานใหม่ มองไปไกลถึงแคนาดาและในยุโรป อย่างอิตาลี ส่วนงานในประเทศวันนี้มีกระบวนการพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับตำแหน่งงานที่มีอยู่ มีการดำเนินโครงการ "เรียนได้งบ จบได้งาน" บรรจุในปีงบประมาณ 2570 หากไม่มีการแก้ไขก็จะสามารถเดินหน้าในเดือนตุลาคมนี้ได้ โดยโครงการนี้ตอบ 2 ปัญหาสำคัญ คือ การพัฒนาทักษะตั้งแต่เรียนให้สอดรับกับความต้องการของตลาด ขณะที่ค่าแรง มีความคิดจะปรับขึ้นอยู่ตลอด แต่การทำจริงนั้นไม่ง่าย ต้องผ่านกลไกไตรภาคี ซึ่งในสมัยของตนได้ปรับค่าแรงบางส่วนที่เป็น High-technology ไปแล้ว ส่วนค่าแรงภาพรวมจำเป็นต้องผ่านการหารือกันหลายกระทรวง ขณะที่การให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพ รัฐบาลเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส และใช้กลไกไปอุดหนุน
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาความเสี่ยงที่ AI จะกรระทบต่อแรงงานด้วยว่า หลายประเทศให้ความสำคัญนำ AI มาใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ้มประสิทธิภาพงาน ซึ่งไทยเองต้องเรียนรู้จะอยู่กับ AI ต้องพัฒนาทักษะให้รองรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยกระทรวงแรงงาน มีแนวคิดพัฒนาทักษะดังกล่าวให้กับแรงงานทุกกลุ่มวัย ให้เกิดการฝึกฝนและสามารถนำ AI มาใช้ประโยชน์ได้
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง