29 มิ.ย. 69 - สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2570 ระบุรัฐบาลกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้ ทำให้งบลงทุนต้องอาศัยการขาดดุลและการกู้ พร้อมตั้งข้อสังเกตงบประมาณยังขาดการลงทุนใหม่เพื่อรองรับการเติบโตและการป้องกันภัยพิบัติ เรียกร้องให้ปฏิรูประบบภาษีเพื่อสร้างฐานะการคลัง

image

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่คณะรัฐมนตรีเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้เป็นงบประมาณที่มองไม่เห็นอนาคต เนื่องจากโครงสร้างงบประมาณสะท้อนปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน การจัดเก็บรายได้ทั้งหมดมีเพียงพอสำหรับงบประจำกับการใช้หนี้เท่านั้น โครงสร้างงบประมาณปีนี้เกือบทุกบาทที่เป็นงบลงทุน ต้องมาจากการขาดดุลหรือการกู้ แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันศักยภาพของรัฐบาลในการจัดเก็บภาษีและการหารายได้สามารถทำได้เพียงประคับประคองสิ่งที่มีอยู่ และชดใช้หนี้ในอดีต ทั้งนี้หากดูการจัดเก็บภาษีจะเห็นว่าสัดส่วนของภาษีเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 14.6 ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่ ทราบอยู่ว่าความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะความคาดหวังเรื่องของระบบสวัสดิการมีแต่จะสูงขึ้น ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดูแลความต้องการของประชาชนได้ และตนหวังว่าจะไม่อยู่แค่เพียงความคิดในการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 มีเพียงงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินบำเหน็จบำนาญและค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอเป็นประจำทุกปี จึงถามไปยังรัฐบาลว่าจะมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพราะเป็นรายจ่ายที่ไม่สามารถสร้างการลงทุนขึ้นมาได้ ขณะที่งบด้านการลงทุนลดลง จึงทำให้แทบจะไม่มีโครงการใหม่ และไม่มีการลงทุนเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ส่วนการลงทุนร่วมกับเอกชน ยังไม่เห็นโครงการที่มีความคืบหน้า ยกเว้นความพยายามผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ดังนั้นทำให้เห็นว่าประเทศและงบประมาณยังติดหล่มอยู่ ซึ่งต้องมีการสะสางปัญหาใหญ่อย่างจริงจัง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้ประชาชน 

 

คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ