การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวาระที่ 2 ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา สลับกันทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 256/25 ว่าด้วยกลไกการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ มาตรานี้มีการแก้ไข และมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้แจง 3 ประเด็นสำคัญที่สมาชิกอภิปรายและกรรมาธิการสงวนความเห็น ได้แก่ 1.ข้อเสนอให้ตัดมาตรา 256/25 ออกทั้งหมด ประเด็นนี้ชี้แจงว่าแม้เข้าใจเหตุผลของผู้อภิปราย แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่สามารถตัดออกได้ เนื่องจากมาตรานี้เป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญยึดโยงกับประชาชน ผ่านการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและเป็นระบบ จึงจำเป็นต้องคงไว้ 2. ข้อเสนอให้ถ่ายทอดสดการประชุมร่วม กมธ. ผ่านสื่อสาธารณะ ชี้ว่า แม้เห็นด้วยในหลักการโปร่งใส แต่การประชุมบางครั้งยังไม่มีข้อสรุปและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเปิดเผยทุกครั้งอาจกระทบการดำเนินงานได้ ย้ำว่าการไม่เห็นด้วยไม่ได้หมายถึงไม่โปร่งใส แต่ต้องสมดุลกับความรับผิดชอบ และ 3. ข้อเสนอให้เปิดเผยการประชุมเป็นปกติ และลับเฉพาะเมื่อมี กมธ. 2 ใน 3 เข้าชื่อขอตนเห็นด้วยในหลักการ แต่ในเงื่อนไขการทำงานจริงของกรรมาธิการทั้ง 2 ชุด ไม่สามารถกำหนดแนวทางนี้ในกฎหมายได้ พร้อมย้ำว่ารูปแบบการเปิดเผยข้อมูลควรเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการ ย้ำว่าในยุคปัจจุบัน ไม่อาจหลีกหนีความโปร่งใสและความรับผิดชอบได้ จึงเสนอให้คงตามร่างหลักที่เสนอไว้
ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายและชี้แจง ที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยเห็นควรให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ด้วยคะแนน 492 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง และไม่ลงคะแนน 8 เสียง จากนั้น ที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณาว่าจะเลือกแนวทางใดระหว่าง 2 ข้อเสนอ ซึ่งมีจุดร่วมคือให้ถ่ายทอดสดการประชุมร่วมของ กมธ. ทั้ง 2 ชุดเพื่อความโปร่งใส ได้แก่ ข้อเสนอของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ให้การประชุมเป็น เปิดเผยโดยปกติ หากต้องประชุมลับ ต้องใช้เสียง สมาชิก 1 ใน 4 เพื่อขอประชุมลับ และข้อเสนอของ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ให้การประชุมเปิดเผยเป็นหลักเช่นกัน แต่การประชุมลับต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของกรรมาธิการเพื่อเพิ่มความชอบธรรมและสะท้อนหลักการประชาธิปไตย
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง