11 พ.ค. 69 - สว.ปริญญา ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลถึงผลกระทบนโยบายกัญชาเสรี ทั้งด้านสุขภาพ อาชญากรรม และเยาวชน ขณะที่ รมว.สธ. ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายกัญชาเสรี แต่เน้นใช้ทางการแพทย์ พร้อมออกกฎกระทรวงคุมเข้มร้านจำหน่ายกัญชาต้องขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล        

image

         นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามเรื่องปัญหานโยบายกัญชาเสรีในประเทศไทยไปยัง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยแสดงความกังวลต่อการใช้กัญชาอย่างไม่เหมาะสมและการเสพต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการทางสติปัญญา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน นายปริญญา กล่าวว่า ภายหลังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกประกาศเมื่อปี 2565 ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 เพื่อเปิดทางให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาและจดแจ้งปลูกในเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาประสบการณ์ในต่างประเทศ เช่น แคนาดา จอร์เจีย และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา พบผลกระทบหลายด้าน ทั้งปัญหาสุขภาพ อาชญากรรม พัฒนาการของเด็กและเยาวชน รวมถึงอุบัติเหตุทางถนนจากผู้ขับขี่ที่เสพกัญชา

          นายปริญญา มองว่ารัฐบาลควรมีมาตรการทางกฎหมายกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการใช้กัญชาในทางที่ผิด แต่ต้องการสอบถามถึงมาตรการควบคุมและตรวจสอบการใช้กัญชา การอนุญาตจำหน่าย ปริมาณการจำหน่าย การควบคุมการเสพในพื้นที่สาธารณะ แนวทางแก้ปัญหาบุคลากรด้านการควบคุมยาเสพติดที่ไม่เพียงพอ ตลอดจนความคืบหน้าการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

          ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่ารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายกัญชาเสรี แต่สนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์และต่อยอดทางเศรษฐกิจ โดยได้เร่งออกกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 กำหนดให้ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาต้องขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลเท่านั้น นายพัฒนา กล่าวว่า ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568 มีร้านกัญชาจดทะเบียนประมาณ 18,000 ร้าน แต่ภายหลังการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ ร้านที่ใบอนุญาตหมดอายุเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กว่า 6,000 ร้าน มีผู้ต่ออายุเพียงประมาณ 11% หรือราว 1,000 ร้าน ทำให้ปัจจุบันเหลือร้านที่ดำเนินการตามกฎหมายประมาณ 12,000-13,000 ร้าน และจะทยอยหมดใบอนุญาตในช่วงปี 2569-2571 พร้อมระบุว่า ภายใน 2-3 ปี ร้านกัญชาทั้งหมดจะต้องปรับเป็นสถานพยาบาล โดยมีผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ประจำ ส่วนความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.กัญชงและกัญชา ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ ก่อนเร่งเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยจะควบคุมตั้งแต่แหล่งปลูก การครอบครอง ไปจนถึงการใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก

          นายพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้ปลูกกัญชาที่จะจำหน่ายให้ร้านค้าต้องผ่านมาตรฐานของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขณะที่ผู้ใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคต้องมีใบสั่งแพทย์ นอกจากนี้ ยังพัฒนาแอปพลิเคชันเชื่อมระบบ GPS กับแอป “หมอพร้อม” เพื่อใช้ตรวจสอบร้านกัญชาที่ได้รับอนุญาต และสนับสนุนการตรวจสอบร้านผิดกฎหมาย ส่วนการศึกษาวิจัย การส่งออก และการแปรรูป ต้องใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ได้รับการรับรอง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ กระทรวงได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและจับกุม พร้อมนำระบบแอปพลิเคชันมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ