21 พ.ค. 69 - คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันพร้อมผลักดันปรับเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล มองสำนักงานสลากฯ มีกำไรมาก ควรเงินรางวัลคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข่าวถึงกรณีการเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ยืนยันว่า จะเดินหน้านำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ โดยคณะ กมธ. ได้รับหนังสือหารือเพื่อดำเนินงานตามขั้นตอน เริ่มจากการให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนพิจารณา ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ และเชิญผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาร่วมหารือ ขอยืนยันกับประชาชนว่า จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย สถิติและรายได้ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปัจจุบันโครงสร้างเงินรางวัลไม่มีการปรับเปลี่ยนมานานกว่า 10 ปี ซึ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลขสถิติพบว่ามีความเหลื่อมล้ำ ดังนี้ จำนวนการผลิต งวดละ 100 ล้านฉบับ โอกาสถูกรางวัล มีเพียง 1.4 ล้านใบเท่านั้น คิดเป็นโอกาสถูกรางวัลที่ 1 เพียงร้อยละ 0.001 โอกาสผิดรางวัล มีสูงถึง 98.5 ล้านฉบับ รายได้และต้นทุน สลาก 100 ล้านฉบับ มีต้นทุนจำหน่ายประมาณใบละ 67 บาท สร้างรายได้รวมประมาณ 6,700 ล้านบาท แต่จ่ายเงินรางวัลที่ 1 กรณีมีผู้ถูกรางวัล 100 ใบ ใบละ 6 ล้านบาท เพียง 600 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยเหตุที่โอกาสถูกรางวัลมีน้อยและสำนักงานสลากฯ มีผลกำไรจำนวนมาก จึงควรนำกำไรส่วนนี้มาเพิ่มเงินรางวัลเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

         นายบุญรวี กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอการปรับเพิ่มเงินรางวัล การเสนอปรับเพิ่มเงินรางวัลครั้งนี้ทำหน้าที่ในฐานะผู้คุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่การส่งเสริมให้ประชาชนมัวเมากับการพนัน โดยมีข้อเสนอ ดังนี้ รางวัลที่ 1 เงินรางวัลปัจจุบัน  6,000,000 บาท  ข้อเสนอใหม่เป็น 10,000,000 บาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว  เงินรางวัลปัจจุบัน 4,000 บาท ข้อเสนอใหม่เป็น 10,000 บาท รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เงินรางวัลปัจจุบัน 2,000 บาท ข้อเสนอใหม่เป็น 5,000 บาท
          นอกจากนี้ เงินรายได้จากสลากฯ ที่นำส่งคลัง หรือนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลและการศึกษาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ขอเสนอแนะให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน เนื่องจากงบประมาณปัจจุบันที่ปรับเพิ่มจาก 20 บาท เป็น 21 บาท ยังไม่สอดคล้องกับสภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพในปัจจุบัน

          สำหรับปัญหาของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากภาคอีสานและภูมิภาคต่าง ๆ กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากรับสลากมาในราคาต้นทุนที่สูงถึงใบละ 95 บาท แต่มีกำไรเพียงใบละ 5 บาท หากขายไม่หมดก็ไม่สามารถส่งคืนได้ ทำให้ต้องแบกรับภาระขาดทุนจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง บางครอบครัวเดือดร้อนจนไม่มีเงินซื้อข้าวสาร อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าร้องเรียนเนื่องจากกังวลว่าจะถูกตัดสิทธิหรือถูกขึ้นบัญชีดำจากยี่ปั๊ว

          นายบุญรวี กล่าวอีกว่า ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของคณะ กมธ.แล้ว ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการกลั่นกรองจะทำการคัดกรองประเด็นปัญหา เนื่องจากปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนของประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อผ่านการกลั่นกรองแล้วจะส่งเรื่องมายังคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพิจารณาและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง มั่นใจว่าการเรียกร้องครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะสำนักงานสลากฯ มีผลประกอบการที่มีกำไรชัดเจน จึงควรคืนกำไรเหล่านี้กลับคืนสู่ประชาชนและสังคม ขอให้ทุกคนมีความหวังว่าจะมีการปรับเพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างแน่นอน โดยจะพยายามเรียกร้องและขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ