นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำคณะ ศึกษาดูงาน ณ โป่งแยงฟาร์ม ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังแนวทางการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเป็นต้นแบบของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน วิสาหกิจชุมชนบ้านม่วงคำ (โป่งแยงฟาร์ม) เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “MUANGKHAM ZERO WASTE” หรือการบริหารจัดการทรัพยากรโดยมุ่งลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด ผ่านการนำผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
กมธ. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตร การพัฒนามาตรฐานสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและขยายผลสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน จากการรับฟังข้อมูลของวิสาหกิจชุมชน พบว่า ปัญหาสำคัญที่เกษตรกรในพื้นที่ประสบส่วนใหญ่ คือ ปัญหาด้านที่ดินและเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่และการพัฒนาด้านการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาล และความต้องการของตลาด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร
ทั้งนี้ กมธ. เห็นว่า โป่งแยงฟาร์มเป็นตัวอย่างของการบูรณาการภาคการเกษตร การแปรรูป การท่องเที่ยว และการมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมที่หลากหลาย ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่อื่นของประเทศต่อไป พร้อมทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินของประชาชนในพื้นที่ โดยเห็นว่า พื้นที่ชุมชนบ้านโป่งแยงไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งประชาชนได้เข้าอยู่อาศัยและทำกินมาเป็นเวลานานก่อนการประกาศเขตป่าสงวน ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารสิทธิหรือหลักฐานการใช้ประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างเต็มที่ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดการสำรวจและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชน พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมตามกฎหมาย โดยกันพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินมาโดยสุจริตออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือดำเนินการตามกลไกทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และมีความมั่นคงในสิทธิการทำกิน อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ การลงทุน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา / ข้อมูลและภาพ