9 ก.ค.69 - สส.พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจากผู้เสียหาย กรณีถูกบริษัทผู้ผลิตสื่อโฆษณาอ้างค้างจ่ายค่าจ้างหลายเดือน กระทบผู้ได้รับการว่าจ้างจำนวนมาก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งประเด็นการจ้างแรงงาน การดำเนินธุรกิจ และการคุ้มครองสิทธิแรงงาน

image

นายวุฒากร นุตยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชน กรณีถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งค้างจ่ายค่าจ้าง โดยระบุว่า ผู้ร้องเรียนได้ติดต่อหน่วยงานด้านแรงงานมาแล้ว แต่การดำเนินการยังมีความล่าช้า ขณะที่มีผู้ได้รับผลกระทบหลายสิบราย

      นายวุฒากร กล่าวว่า บริษัทที่ถูกร้องเรียนคือ บริษัท โมค่า ครีเอทีฟ มีเดีย ตั้งอยู่บริเวณถนนสามัคคี ตำบลท่าทราย จังหวัดนนทบุรี ประกอบธุรกิจผลิตสื่อโฆษณาและสตูดิโอไลฟ์ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจากข้อมูลที่ได้รับ บริษัทมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจจากประเทศจีน และมาตั้งสาขาในประเทศไทย ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่า ปัญหาเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อบริษัทแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินจากฮ่องกงเข้ามาจ่ายเงินเดือนได้ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้พนักงานเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจึงต้องรอเงินโอนจากต่างประเทศเพื่อใช้จ่ายค่าจ้าง

      นายวุฒากร กล่าวต่อว่า ได้ประสานข้อมูลกับสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ และทราบว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบริษัทตามหมายศาล โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการว่าจ้างชาวจีนบางส่วนที่ใช้วีซ่านักศึกษา ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าเป็นนักศึกษาฝึกงาน ไม่ใช่พนักงานที่ได้รับค่าจ้าง อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลว่า ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา พนักงานหลายกลุ่มเริ่มไม่ได้รับการจ่ายค่าจ้าง จึงนำผู้ร้องเรียนเข้ายื่นหนังสือต่อ สส.ที่ทำงานด้านแรงงาน เพื่อประสานกระทรวงแรงงานหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งหาข้อยุติกรณีการค้างจ่ายค่าจ้าง

       ด้านตัวแทนผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า เริ่มรับงานกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่หลังเดือนมีนาคมปีนี้ บริษัทเริ่มจ่ายค่าจ้างล่าช้า และเมื่อทวงถามก็ได้รับคำชี้แจงเพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการของฝ่ายบัญชี โดยไม่ระบุระยะเวลาการจ่ายที่ชัดเจน ผู้ร้องเรียนระบุอีกว่า จากการรวบรวมข้อมูล พบผู้ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 2 กลุ่ม รวมกว่า 100 คน โดยมียอดค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับแตกต่างกันไป ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อคน ทั้งยังได้รับข้อมูลจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ที่ว่าจ้างว่า ได้ชำระเงินให้บริษัทผู้รับงานครบถ้วนแล้ว แต่เงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาจ่ายให้ผู้ปฏิบัติงาน และเคยเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ได้รับคำชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้างชำระหนี้ค่าจ้าง มากกว่าจะเป็นคดีฉ้อโกง จึงตัดสินใจยื่นเรื่องต่อ สส.เพื่อขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย

      ขณะที่นายวุฒากร ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยระบุว่า พนักงานส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และมีผู้ประสานงานชาวไทยทำหน้าที่สื่อสารกับพนักงานไทย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายไทยหรือไม่ พร้อมส่งต่อหนังสือร้องเรียนให้ผู้แทนที่ทำงานด้านแรงงานเพื่อประสานการช่วยเหลือผู้เสียหายและติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ