นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม ว่าที่ประชุมได้รับรายงานถึง 2 ข้อจำกัดในการนำป่าชุมชนเข้าสู่ระบบคาร์บอนเครดิต ได้แก่ เรื่องค่าการตรวจประเมินและรับรองโครงการที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่ดำเนินโครงการไม่คุ้มค่า และเรื่องสถานะทางกฎหมายของคณะกรรมการป่าชุมชนที่ยังไม่เป็นนิติบุคคล จึงมีข้อจำกัดในการทำสัญญาซื้อขายและรับเงินจากคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้รับทราบกรณีป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสามารถขึ้นทะเบียนและซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้แล้ว คณะกรรมาธิการจึงมีมติลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เพื่อถอดบทเรียนและพิจารณาแนวทางขยายผลไปยังป่าชุมชนอื่นทั่วประเทศ
ประธานกรรมาธิการการที่ดินฯ กล่าวต่อไปว่าคณะกรรมาธิการยังตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดสัดส่วนแบ่งรายได้จากคาร์บอนเครดิต ว่าควรคำนึงถึงต้นทุนและความเสี่ยงของผู้ลงทุน เนื่องจากค่าตรวจประเมินอยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้อาจยังไม่จูงใจภาคเอกชนมากนัก พร้อมเสนอให้กรมป่าไม้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและสิทธิของชุมชนในระบบคาร์บอนเครดิต
นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการคัดแยกขยะและการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ โดยผู้ประกอบการเสนอให้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค คณะกรรมาธิการจึงเตรียมเชิญผู้ประกอบการและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หารือร่วมกันในวันที่ 25 กันยายน นี้ ส่วนกรณีกรมทางหลวงนำเศษวัสดุก่อสร้างกลับมาใช้ในการก่อสร้างถนน แต่ยังไม่ได้นับเป็นปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก คณะกรรมาธิการเสนอให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกรมทางหลวง ร่วมกันประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ
คริส พุทธชาติ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง