นายศุภโชติ ไชยสัจ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวแสดงความกังวลต่อความพยายามของรัฐบาลในการเร่งรัดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มกว่า 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะสร้างภาระค่าไฟให้ประชาชนในระยะยาว และขอให้รัฐบาลชะลอการลงนามโครงการทั้งหมดจนกว่าจะมีแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ที่ชัดเจน
นายศุภโชติ กล่าวว่า รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังใช้เวลาที่เหลือเร่งเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2,100 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ชุมชนอีก 1,500 เมกะวัตต์ รวมกว่า 3,600 เมกะวัตต์ ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าล้นเกินระบบอยู่แล้ว การดำเนินการเช่นนี้จะสร้างภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้า 2,100 เมกะวัตต์ เดิมเป็นโครงการค้างท่อที่รัฐบาลก่อนมีมติให้ชะลอ และให้ตั้งคณะกรรมการเจรจาเพื่อลดราคารับซื้อ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีมติเดินหน้าต่อและไม่ปรับลดราคา โดยยังใช้ราคารับซื้อเดิมที่ 2.17 บาทต่อหน่วย ทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการเจรจาเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการเจรจาอย่างโปร่งใสเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ส่วนโครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเคยถูกระงับไว้จนกว่าจะมีแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan :PDP) ฉบับใหม่ แต่รัฐบาลกลับนำโครงการเก่ามาปัดฝุ่นดำเนินการอีกครั้ง กำหนดราคารับซื้อสูงถึง 2.25 บาทต่อหน่วย ทั้งที่ต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าชุมชนได้ประโยชน์จริงเพียงใด และการกำหนดราคาดังกล่าวอ้างอิงจากสมมติฐานใด พร้อมย้ำว่าทั้งสองโครงการสามารถหยุดได้ด้วยคำสั่งของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ซึ่งมีอำนาจเต็มในการยกเลิกการรับซื้อไฟฟ้าทั้งสองโครงการ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการเหล่านี้ทันที พร้อมชี้ว่าการเร่งรับซื้อไฟฟ้าในช่วงใกล้เลือกตั้งอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเมืองในภาคใหญ่ และอาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้
ด้านนายวรภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการโซลาร์ชุมชนคือการแจกโรงไฟฟ้าให้ภาคเอกชนโดยไม่เปิดประมูล คล้ายกับโครงการพลังงานในอดีตก่อนการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 ซึ่งมีการอนุมัติสัญญาซื้อไฟฟ้าให้กลุ่มทุนพลังงานจำนวนมากโดยไม่มีการแข่งขัน เปิดช่องให้ภาระต้นทุนผูกพันประชาชนเป็นเวลานานหลายสิบปี โดยที่ประชาชนไม่ใช่ผู้ก่อให้เกิดภาระดังกล่าว จึงอยากเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาและคัดค้านนโยบายการแจกโรงไฟฟ้าที่จะเพิ่มภาระค่าไฟฟ้าของทั้งประเทศ พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า การเร่งรัดรับซื้อไฟฟ้าในช่วงใกล้การเลือกตั้ง เป็นการนำค่าไฟของประชาชนไปแลกกับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง