นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่จะเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ภาพรวมย่านเศรษฐกิจหลักในเขตสาย 1 สาย 2 สาย 3 และตลาดกิมหยง ยังไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้เต็มรูปแบบต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และสภาพคล่องของเมืองใหญ่ที่สุดในภาคใต้หยุดชะงัก โดยขณะนี้ผู้ประกอบการในหาดใหญ่ จำนวนมากอยู่ในภาวะกดดันขั้นสุด หลังประเมินความเสียหายจริงแล้วพบว่าสินทรัพย์ที่สูญเสียมีมูลค่าสูงมาก แต่บางแห่งบริษัทประกันคุ้มครองเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ขณะที่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการเฉพาะหน้าออกมา ทำให้หลายรายเริ่มพิจารณาปิดกิจการถาวร เพราะหนี้เก่าก็ยังมี ประกอบกับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1 ล้านบาท ที่ภาครัฐเสนอไม่ครอบคลุมความเสียหายของธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ทำให้ผู้ประกอบการบางรายพิจารณาปิดกิจการถาวร พร้อมเสนอแนะว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องการมาตรการที่ช่วยให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว เนื่องจากกิจการเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจและมีพนักงานจำนวนมาก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง
นางสาวศศิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องทำทันที เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงาน ยานพาหนะ และเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก เพื่อเริ่มกิจการใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อซัพพลายเชนทั้งระบบ ต่างจากมาตรการที่ประกาศช้าและไม่ตรงจุดซึ่งทำให้พื้นที่ยังไม่ขยับ เพราะหาดใหญ่ คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ที่ไม่ควรถูกปล่อยให้หยุดชะงักถึง 2 สัปดาห์เช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการฟื้นฟูที่ใช้งานได้จริง ทั้งด้านสภาพคล่อง การลดภาระหนี้ และมาตรการเสริมสำหรับกิจการรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบหนัก
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
เฟซบุ๊ก พรรครวมไทยสร้างชาติ ข้อมูล/ภาพ