นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีการยื่นร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ฉบับปรับปรุง ซึ่งเคยเสนอไว้ในสภาชุดก่อนโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และได้นำมาปรับแก้รายละเอียดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนยื่นเข้าสู่การพิจารณาในสภาชุดนี้อีกครั้ง
นายเอกราช กล่าวต่อว่า หลักการสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการยกเลิกการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบทหารโดยสมัครใจ เพื่อให้ได้กำลังพลที่มีคุณภาพ มีแรงจูงใจ และยกระดับคุณภาพชีวิตทหารกองประจำการ ทั้งด้านรายได้ สวัสดิการ และความก้าวหน้าในอาชีพ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกำหนดให้ชายไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน และสมัครเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการได้โดยสมัครใจ แทนระบบการจับใบดำใบแดงแบบเดิม ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนใบแดงในระบบราว 60,000 ใบ นอกจากนี้พรรคประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบาย ทหารอาสา ที่เคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะการกำหนดรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริง
อย่างไรก็ตามในฐานะฝ่ายค้าน พรรคประชาชนจะใช้กลไกสภาผลักดันการแก้ไขกฎหมาย ควบคู่กับการตรวจสอบปัญหาการละเมิดสิทธิทหาร เช่น การนำพลทหารไปรับใช้ส่วนตัว การทุจริตหักหัวคิวเงินเดือน รวมถึงการซ้อมทรมานในค่ายทหาร โดยได้จัดตั้งเครือข่ายรับแจ้งเบาะแสจากผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายหากพบการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ด้าน นาวาโท ดร.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ประชาชนคาดหวังว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายของการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ และต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะดำเนินนโยบายทหารอาสาอย่างไรให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังกังวลเรื่องสวัสดิภาพของบุตรหลานที่เข้ารับราชการทหาร หลังปรากฏข่าวการละเมิดสิทธิและการซ้อมทรมานหลายกรณีในช่วงที่ผ่านมา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก และคุ้มครองสิทธิของกำลังพลที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง