7 ม.ค.69 - กมธ.การต่างประเทศ วุฒิสภา ให้การรับรองเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย กระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น 74 ปี เดินหน้าผลักดันความร่วมมือทุกมิติ พร้อมเร่งทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี คาดจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน

image

        นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ วุฒิสภา พร้อมคณะ ให้การรับรองนางรุคซานา อัฟซอล (H.E. Ms. Rukhsana Afzaal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย ในโอกาสขอเข้าเยี่ยมคารวะและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ณ ห้องรับรองพิเศษ 202 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา)

        โดย ประธาน กมธ. กล่าวว่า ในนาม กมธ.ตนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย ซึ่งความสัมพันธ์ไทย-ปากีสถานมีมายาวนานกว่า 74 ปี โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ทั้งสองประเทศจัดการประชุมทางการเมืองครั้งที่ 3 ณ กรุงอิสลามาบัด เน้นย้ำความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การศึกษา และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ส่วนด้านความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ทั้งสองประเทศมีกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาตั้งแต่ปี 2542 และร่วมงานในกรอบสหภาพรัฐสภา (IPU) สมัชชารัฐสภาเอเชีย (APA) และสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) โดยรัฐสภาไทยได้นำเสนอข้อมติต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดนควบคู่กับการธํารงไว้ซึ่งหลักมนุษยธรรม ในการประชุม IPU ครั้งที่ 151 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 และไทยได้ลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมจัดประชุมระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (IC-GPOS) เมื่อเดือนธันวาคม 2568 จึงมุ่งหวังว่ารัฐสภาไทยและปากีสถานจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาที่ท้าทายร่วมกัน

            ขณะที่ ด้านเศรษฐกิจ ปากีสถานเป็นตลาดสำคัญของไทยในเอเชียใต้ มีประชากร 240 ล้านคน และทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค มูลค่าการค้าปี 2567 เกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ครึ่งปี 2568 มีมูลค่าแล้วกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าหากการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) สำเร็จ มูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือด้านการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยเดินทางไปศึกษาต่อในปากีสถาน และด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวปากีสถานมาเที่ยวไทยกว่า 75,000 คนในปีที่ผ่านมา พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและโบราณสถานทางพุทธศาสนา เพื่อเชื่อมโยงประชาชนทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในนามของวุฒิสภาไทย ตนเชื่อมั่นว่า การหารือทวิภาคีระหว่างกันในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติไทยและปากีสถานให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีกลไกความร่วมมือทั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองประเทศ และกรอบความร่วมมือในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ

 

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ