นายชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กล่าวถึงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ หรือสูตร Care ที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน และสร้างความสมดุลในสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับกับการส่งเงินสบทบตลอดระยะเวลาการเป็นผู้ประกันตน ซึ่งจะเริ่มใช้กลางปี 2569 ว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานสภาแรงงานแห่งประเทศไทย และทำงานด้านนี้มาตลอด 40 ปี เห็นด้วยและสนับสนุนกับการใช้สูตรคำนวณแบบสูตร Care ที่จะตอบโจทย์ความเป็นธรรมในระบบบำนาญชราภาพของสังคมไทย แต่ขอให้สำนักงานประกันสังคมอุดช่องโหว่และปรับปรุงในบางเรื่อง ที่จะทำให้ผู้ประกันมาตรา 33 เสียประโยชน์ ถึงวันนี้อย่ามาถกเถียงหรือเอาชนะกัน ตนให้ความเป็นธรรมทั้งคนที่สนับสนุนและต่อต้านคัดค้าน
นายชินโชติ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการประกันสังคม วุฒิสภา สำนักงานประกันสังคม ยอมรับว่า จะมีคนบางกลุ่มเสียประโยชน์ แต่ในกลุ่มคนที่เสียประโยชน์ ประกันสังคมจะดูแลและชดเชยให้ 5 ปี ซึ่งตนขอบคุณประกันสังคมที่คิดคำนวณแบบสูตร Care เพราะที่ผ่านมาไม่เป็นธรรมกับผู้ประกันตนมาตรา 39 ขณะที่ผู้ประกันมาตรา 33 ที่เสียประโยชน์ จะเป็นกลุ่มที่ประกันสังคมตั้งข้อสังเกตว่า เงินเดือนน้อยมาตลอด แต่เพิ่งสูงขึ้นในช่วง 5 ปีสุดท้ายที่จะนำเงินมาคำนวณ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการฉ้อฉลหรือไม่ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย แต่ส่วนตัวมองว่ากลุ่มคนเหล่านั้นอาจจะไปเพิ่มวุฒิการศึกษาหรือความเชียวชาญเฉพาะด้าน จึงทำให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนหรือไม่
นอกจากนี้ นายชินโชติ ย้ำว่า การคิดคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ ไม่ควรมีใครต้องเสียสละ เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะนำไปใช้หลังเกษียณ ดังนั้นจึงขอให้ประกันสังคมเดินหน้าใช้สูตรคำนวณดังกล่าวต่อไป แต่บอร์ดประกันสังคมต้องยอมรับความจริงว่ามีกลุ่มคนที่จะเสียประโยชน์ ซึ่งตนย้ำว่า ไม่ควรให้ใครต้องมาเสียสละ พร้อมเรียกร้องให้ประกันสังคมคิดใหม่ว่าทำอย่างไรให้คนที่เสียประโยชน์ ไม่เสียประโยชน์ เราไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว และได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องเยียวยาคนที่เสียหาย ส่วนคนที่ต่อต้านคัดค้าน มุมไหนที่เป็นประโยชน์ขอให้สนับสนุนและส่งเสริม มุมไหนที่มีปัญหาตนจะช่วยกันต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ตนจะนำคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ไปหารือในเรื่องดังกล่าวกับผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)