20 ม.ค. 69 - คณะกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดเวที Policy Watch Connect 2026 เปิดพื้นที่พรรคการเมืองและภาคการศึกษาร่วมเสนอแนวทางพัฒนาทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย ชูยกระดับทักษะแรงงาน เพิ่มงบการศึกษา และผลักดันนโยบายสู่การเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดเวทีเสวนาย่อย Policy Forum การศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้เวที Policy Watch Connect 2026 เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ ณ ห้องประชุมริมแม่น้ำเจ้าพระยา 102 – 104 อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง ได้แก่ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา พรรคไทยก้าวใหม่ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี พรรคประชาธิปัตย์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก พรรคภูมิใจไทย และนางสาวธีราภา ไพโรหกุล พรรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความเห็น พร้อมรับฟังข้อเสนอนโยบายจากภาคีด้านการศึกษาและนักการศึกษาทั่วประเทศ อาทิ นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย นายภฤศ วรรัตนวงศ์ ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค นายสราวุฒิ อยู่วิทยา รองประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย และนายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

        นายสมชัย กล่าวว่าการพัฒนาทุนมนุษย์ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกช่วงวัย ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน วัยเรียน และหลังวัยเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ทารกในครรภ์ที่มารดาต้องได้รับโภชนาการที่เหมาะสม ครอบครัวมีความอบอุ่นและปลอดความรุนแรง ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพทุนมนุษย์ พร้อมชี้ว่านโยบายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด แม้จำนวนเงินไม่มาก แต่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเด็กในระยะยาว นอกจากนี้ยังสะท้อนข้อมูลวิจัยที่พบว่าวัยแรงงานขาดทักษะ ขาดการอบรมเฉพาะด้าน และจบการศึกษาไม่ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน จึงเสนอให้การยกระดับทักษะและเสริมทักษะพื้นฐานเป็นนโยบายหลักของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569

        ด้านนายวราวิช พรรคไทยก้าวใหม่ ระบุว่าพรรคให้ความสำคัญกับประเด็นการศึกษาเป็นนโยบายหลัก ขณะที่นายพริษฐ์ พรรคประชาชน กล่าวว่า การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานเป็น 5 เท่าจากงบเดิมมีความเป็นไปได้สูง นางสาวรัชดา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคพร้อมสนับสนุนงบประมาณและผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ โดยยกตัวอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ช่วยเพิ่มทักษะการค้าออนไลน์และรายได้ให้ผู้ค้ารายย่อย นางรัดเกล้า พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นโยบายประกันรายได้แรงงานเป็นวาระสำคัญของพรรค พร้อมเสนอให้มีระบบใบทักษะเพื่อให้แรงงานได้รับค่าตอบแทนตามความสามารถเฉพาะด้าน ขณะที่นางสาวธีราภา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคตั้งเป้านำประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพแรงงานให้ทันต่อการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ